เมื่อวันเสาร์เราตื่นขึ้นและพบว่าที่หางคิ้วด้านขวามีอาการแสบเล็กน้อย ก็คิดว่าโดนแมลงกัดต่อยหรือโดนอะไรข่วนโดยไม่รู้ตัว ส่องกระจกเห็นเป็นรอยแดงและตรงกลางเป็นตุ่มใส ก็ไม่ได้คิดอะไร
พอวันอาทิตย์ก็มีรอยแดงและตุ่มใสที่หางคิ้วด้านซ้ายเล็กกว่ารอยแรก รอยที่สามเกิดผื่นคันที่ใต้ขมับตรงข้างๆหูและเป็นรอยแดงยาวมาถึงคาง วันนี้เกิดอาการแสบที่หางคิ้วทั้งสองข้างและที่ข้างหู ยิ่งเวลาเหงื่อออกยิ่งแสบ และมีธุระยุ่งหลายอย่างจึงยังไม่ได้สนใจนัก พอตอนค่ำวันอาทิตย์รอยที่หางคิ้วข้างขวาเริ่มมีอาการบวมมากขึ้นเรื่อยๆที่เปลือกตาขวาจนบังตาขวาบางส่วน
พอเช้าวันจันทร์อาการบวมค่อนข้างน่ากลัวและรอยแดงยาวที่แก้มก็แสบและอักเสบ และยังพบรอยแดงเพิ่มขึ้นที่ใต้คางและเหนืออกด้านขวา วันนี้ยังติดธุระอยู่เลยยังไม่ได้ไปหาหมอ แต่เริ่มวิตกแล้วค่ะ
เช้าวันอังคารไปหาหมอ คุณหมอก็ถามว่าเป็นมากี่วันแล้ว พอตอบไปว่าสามสี่วัน คุณหมอก็ถามว่าฝนตกหรือเปล่า เราก็งงๆเพราะฝนตกเกือบทุกวันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับรอยแดงนี่ด้วย สุดท้ายคุณหมอก็บอกว่าเราโดนพิษ “แมลงก้นกระดก”
แล้วอธิบายว่าแมลงก้นกระดกนี้จะมากับฝน ตัวมันมีกรดที่ทำให้เกิดผื่นแดงแบบนี้ (ซึ่งคุณหมอเห็นปุ๊บก็รู้ทันที) แล้วให้ยาแก้แพ้มากินกับยาทา และบอกว่าคราวหน้าถ้าโดนตัวแมลงนี้อีกเบื้องต้นให้เอาน้ำล้างที่รอยผื่นแดงนี้ก่อน(คาดว่าคงเพื่อให้กรดเจือจาง)
สรุปว่าแผลบนใบหน้าของเราเป็นรอยไหม้ที่เกิดจากการโดนกรด(จากตัวแมลงก้นกระดก)กัด รู้แล้วก็โล่งใจที่ไม่เป็นโรคอะไรร้ายแรง (คืนก่อนไปหาหมอเรานอยด์นิดๆ คิดไปไกลถึงโรคเรื้อนหรือโรคติดต่อร้ายแรงสักอย่างเลย เพราะเราเดินข้ามสะพานลอยทุกวันและตลาดหน้าปากซอยที่เดินผ่านทุกวันก็คนพลุกพล่านมาก อาจเผลอไปจับราวสะพานหรืออะไรสักอย่างแล้วมาโดนหน้า) แต่สรุปแล้วเกิดจากการที่เราเปิดประตูระเบียงเอาไว้จนดึกเพื่อรับลม แม้แต่เวลาที่ฝนตก แมลงคงเข้ามาซ่อนตัวอยู่และออกมาแผลงฤทธิ์ตอนเราหลับ
ตอนนี้แผลเริ่มหายแล้ว แต่เริ่มวิตกกับแผลยาวที่แก้ม กลัวเป็นแผลเป็น แผลกว้างด้วย ประมาณ 1.5 ซ.ม. ยาว 12-13 ซ.ม.
แวะมาบอกเผื่อใครเจออย่างเรา เพราะ...มันมากับฝน





