ข้อความในหน้านี้เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์แก้วกานต์ ห้ามคัดลอก ดัดแปลง เผยแพร่ หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ความวุ่นวายโกลาหลมักจะเกิดขึ้นเสมอ ทั้งเสียงอึกทึกและความอลหม่านเมื่อผู้โดยสารกำลังจะลงเรือ บางคนก็เหน็ดเหนื่อยจากการนั่งเครื่องบินมาไมอามี่ บางคนก็ตื่นเต้นกับการเดินทางในเที่ยวนี้ เรือเดินสมุทรสีขาวลำใหญ่ที่ชื่อ เซเลเบรชั่น จอดสงบนิ่งอยู่ในท่า พร้อมจะมอบความสนุกสนาน ความผ่อนคลาย และความโรแมนติกแก่ผู้โดยสาร เมื่อก้าวขึ้นสะพานเรือ คนเหล่านั้นจะไม่ใช่สมุห์บัญชี ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือคุณครูอีกต่อไป แต่เป็นเพียงผู้โดยสารที่จะได้รับการเอาใจใส่และดูแลให้ความสะดวกสบายทุกประการในตลอดสิบวันข้างหน้า ตามที่ใบโฆษณาให้คำรับรอง
เซรีน่ามองคลื่นฝูงชนจากดาดฟ้าเรือชั้นบน ชื่นชมไปกับสีสันและสรรพสำเนียงจากระยะไกลโดยไม่ต้องเข้าไปเบียดเสียดกับคนหนึ่งพันห้าร้อยคนที่แออัดยัดเยียดเพื่อไปยังสถานที่เดียวกันในเวลาเดียวกัน ภาพที่เห็นมีเสน่ห์ดึงดูดเธอได้เสมอ คนครัว บาร์เทนเดอร์ พนักงานบริการตามห้อง เริ่มงานอันน่าสนุกของพวกเขา ซึ่งจะไม่มีเวลาได้หยุดพักเลยในตลอดสิบวันข้างหน้า หญิงสาวพอใจที่ตัวเองยังมีเวลา
ช่วงนี้เป็นเวลาส่วนตัวของเธอก่อนเรือออกจากท่า เธอจำประสบ-การณ์ครั้งแรกในเรือสำราญได้ดี ตอนนั้นเธออายุเพียงแปดขวบ เป็นลูกคนเล็กในจำนวนลูกสามคนของพ่อมดทางการเงิน แดเนียล แมคเกรเกอร์กับแพทย์หญิงแอนนา ไวท์ฟิลด์ แมคเกรเกอร์ เธอได้พักอยู่ในห้องเคบินระดับเฟิร์สคลาสที่มีบริกรยกขนมปังร้อนๆและน้ำผลไม้มาเสิร์ฟให้ถึงเตียง เซรีน่ามีความสุขกับมัน เหมือนที่เธอมีความสุขในเคบินเล็กๆของพนักงานในเวลานี้ ทั้งสองอย่างต่างเป็นการผจญภัยสำหรับเธอ
เซรีน่ายังจำวันที่เธอบอกพ่อแม่ว่าเธอตั้งใจจะมาสมัครงานกับเซเลเบรชั่นได้ดี พ่อฉุนเฉียวที่เธอโยนความรู้ที่เรียนมาทิ้งไป ยิ่งอารมณ์ไม่ดี สำเนียงสกอตของเขาก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น ผู้หญิงที่จบจากมหาวิทยาลัยสมิธด้วยอายุเพียงยี่สิบ และได้ปริญญาทางภาษาอังกฤษ ประวัติศาสตร์ และสังคมศาสตร์ จะต้องไม่ไปนั่งล้างดาดฟ้าเรือ นั่นคือเหตุผลที่พ่อยกขึ้นมาพูด แม้เซรีน่าจะยืนยันกับเขาว่า เธอไม่ได้คิดจะไปล้างดาดฟ้าเรือสักนิด แม่หัวเราะและบอกให้พ่อตามใจเธอ พ่อยอมอย่างเสียไม่ได้ เพราะแม้จะมีความสูงถึงหกฟุตสาม กับน้ำหนักสองร้อยยี่สิบปอนด์ แต่แดเนียล แมคเกรเกอร์ก็ไร้ทางสู้กับสิ่งที่เขาเรียกว่า พวกผู้หญิงของเขา
ดังนั้นเซรีน่าจึงได้ทำงานที่ต้องการและหลุดพ้นจากการเรียนอันน่าเบื่อที่เหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดเสียที เธอยอมทิ้งห้องชุดกว้างใหญ่ในคฤหาสน์ของครอบครัวที่ไฮยันนิสพอร์ท มาอยู่ห้องเล็กๆที่มีเพียงตู้เสื้อผ้าและเตียงนอนแคบๆในโรงแรมลอยน้ำแห่งนี้ ไม่มีเพื่อนร่วมงานของเธอคนไหนจะมาสนใจว่า เธอมีไอคิวสูงเท่าไหร่ หรือเธอได้ปริญญามากี่ใบ พวกเขาไม่รู้ว่าพ่อของเธอสามารถซื้อบริษัทเรือเดินสมุทรได้ทั้งบริษัทถ้าเขาต้องการ หรือแม่ของเธอเป็นศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านทรวงอก ไม่มีใครรู้ว่าพี่ชายคนโตของเธอเป็นวุฒิสมาชิก และพี่ชายคนรองก็เป็นอัยการรัฐ เมื่อพวกเขามองเธอ พวกเขาจะเห็นแต่เซรีน่า นั่นแหละคือสิ่งที่เธอต้องการ
หญิงสาวเงยหน้า ปล่อยให้สายลมพัดปอยผมปลิวไสว ผมสีบลอนด์ประกายทองล้อเล่นกับสายลม เธอมีโหนกแก้มสูงและคางเหลี่ยมบอกความดื้อรั้น ผิวของเธอไม่ยอมเปลี่ยนเป็นสีแทนตามแดดลม ยังคงเป็นสีชมพูเรื่อๆตัดกับตาสีม่วงอมน้ำเงิน พ่อบอกว่าเธอมีตาสีม่วง พวกที่โรแมนติกบางคนบอกว่าตาเธอสีเหมือนดอกไวโอเล็ต แต่เซรีน่ายืนกรานอย่างดื้อดึงว่าตัวเองมีตาสีน้ำเงิน ผู้ชายหลายคนหลงเสน่ห์ดวงตาเธอเพราะมันไม่เหมือนใคร และยังถูกดึงดูดเข้าหาเธอเพราะเสน่ห์ทางเพศที่ออกมาจากตัวเธอโดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว แต่เธอไม่สนใจมากนัก
เซรีน่าคิดว่าผู้ชายคนนั้นต้องโง่แน่ถ้าเขามาหลงใหลเพียงเฉดสีของม่านตา มันเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคลิกของเธอแม้แต่น้อย ตลอดยี่สิบหกปีในชีวิต เซรีน่าได้ฟังแต่คำเยินยอที่มีต่อดวงตาของเธอ ในห้องสมุดของพ่อมีภาพวาดของย่าทวด ซึ่งมีชื่อเดียวกับเธอ ถ้ามีใครถาม เธอจะอธิบายให้ฟังถึงกรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดมายังเธอ ซึ่งลงลึกไปถึงโครงสร้างกระดูก สีของดวงตา...และอารมณ์อันเป็นที่เลื่องลือ แต่ผู้ชายที่เธอพบมักไม่สนใจกับคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ ดังนั้นเซรีน่าจึงไม่สนใจพวกเขา
ข้างล่าง ฝูงชนที่เดินขึ้นเรือเริ่มบางตาลง อีกไม่นานวงดนตรีคาลิบโซจะเริ่มเล่นบนชั้นลิโดเพื่อมอบความสำราญแก่ผู้โดยสารขณะที่เรือเตรียมออกจากท่า เซรีน่ามีความสุขที่ได้ยืนอยู่ห่างๆและฟังเสียงแผ่วเบาของดนตรีเคล้าเสียงหัวเราะ มีโต๊ะอาหารบุฟเฟ่ต์ที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายเกินกว่าคนหนึ่งพันคนจะกินหมด เครื่องดื่มชั้นยอดและความตื่นเต้น ในไม่ช้าราวดาดฟ้าเรือจะเต็มไปด้วยผู้คนที่อยากจะเห็นภาพสุดท้ายของชายฝั่งก่อนที่เรือจะออกไปสู่ท้องทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาล
หญิงสาวมองคนกลุ่มสุดท้ายขึ้นเรือ การเดินทางเที่ยวนี้เป็นเที่ยวสุดท้ายของฤดูนี้ เมื่อกลับมายังไมอามี่ เรือเซเลเบรชั่นจะต้องเข้าอู่แห้งเป็นเวลาสองเดือน และเมื่อมันออกทะเลอีกครั้ง เซรีน่าก็จะไม่อยู่บนเรือแล้ว เธอตัดสินใจแล้วว่า ถึงเวลาที่เธอต้องก้าวเดินต่อไป ตอนที่เธอมาทำงานบนเรือลำนี้ เธอได้มองหาสิ่งหนึ่ง นั่นคืออิสระจากการศึกษาอย่างต่อเนื่องปีแล้วปีเล่า อิสระจากความคาดหวังของครอบครัวและจากความกระวนกระวายของตัวเอง เธอรู้ว่าเธอได้อะไรบางอย่างติดตัวกลับไปจากการใช้ชีวิตตามลำพังเป็นเวลาหนึ่งปี เซรีน่าค้นพบอิสระที่เธอเรียกร้อง สามารถหลีกหนีจากสิ่งที่เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยหลายคนปรารถนา...นั่นคือชีวิตแต่งงานที่ดี
แต่ถึงเธอจะพบอิสระและเสรีภาพ เธอก็ยังไม่พบสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือเป้าหมายในชีวิต อะไรคือสิ่งที่เซรีน่า แมคเกรเกอร์ปรารถนาจะทำในช่วงชีวิตที่เหลือของเธอ เธอไม่อยากมีอาชีพทางการเมืองเหมือนพี่ชายทั้งสอง ไม่อยากเป็นครู เธอต้องการความตื่นเต้นและสิ่งที่ท้าทาย และไม่อยากจะค้นหามันจากห้องเรียนอีกต่อไป และเธอก็รู้ว่าเธอจะไม่พบอะไรก็ตามที่จะเติมเต็มชีวิตที่เหลือของเธอได้จากการล่องลอยอย่างไร้จุดหมายในหมู่เกาะบาฮามาส์เช่นกัน
ได้เวลาล่ำลาเรือลำนี้แล้ว รีน่า หญิงสาวบอกตัวเองพร้อมรอยยิ้ม การผจญภัยครั้งต่อไปมักจะแอบซุ่มรอให้เราไปค้นพบเสมอ การไม่รู้ว่ามันจะเป็นเช่นไรทำให้มันน่าค้นหามากขึ้น
เสียงหวูดเรือดังยาวเป็นสัญญาณว่าเธอควรจะไปเตรียมตัวได้แล้ว หญิงสาวถอยจากราวดาดฟ้าเรือ เดินกลับไปเคบินเพื่อเปลี่ยนเสื้อ
ภายในครึ่งชั่วโมงเธอก็เดินเข้าไปในคาสิโนของเรือในชุดทักซิโด ซึ่งเป็นเครื่องแบบของเธอ หญิงสาวเกล้าผมเป็นมวยหลวมๆอยู่ตรงท้ายทอย เพื่อไม่ให้มันตกลงมาปรกใบหน้า มือเธอจะยุ่งกับงานจนไม่มีเวลามาคอยปัดผมออกจากหน้า
ไฟจากโคมระย้าส่องแสงกระทบพรมลวดลายเรขาคณิตสีแดงและทอง กระจกหน้าต่างบานยาวโค้งที่ผนังด้านหนึ่งทำให้มองเห็นชั้นพรอเมอเนดและท้องทะเลสีฟ้าคราม ผนังด้านอื่นๆเรียงรายด้วยเครื่องสล็อตแมชีนซึ่งตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบๆเหมือนทหารที่เตรียมพร้อมจู่โจม เซรีน่าวุ่นอยู่กับโบที่เธอไม่เคยผูกได้เรียบร้อย หญิงสาวเดินข้ามห้องไปยังหัวหน้างานของเธอโดยไม่รู้สึกถึงการโยกตัวของเรือใต้ฝ่าเท้า ด้วยความเคยชินเหมือนเช่นลูกเรือทั่วไป
“เซรีน่า แมคเกรเกอร์รายงานตัวเข้าทำงานค่ะท่าน” เซรีน่าพูดอย่างขึงขัง
เดล ซิมเมอร์แมนหันมามองเธอจากหัวจรดเท้า ในมือถือคลิปบอร์ด เรือนร่างของเขาเหมือนนักมวยรุ่นไลท์เวท สูงไม่ถึงหกฟุต ใบหน้าหล่อเหลา ผิวสีแทน มีรอยย่นตรงมุมดวงตาสีฟ้าอ่อน ผมสีจางเป็นลอนยุ่งเหยิง เขามีชื่อเสียงว่าเป็นคู่รักชั้นยอด ซึ่งเจ้าตัวเพียรพยายามยืนยันคำพูดนั้น เขายิ้มกว้างหลังจากมองเธอ
“รีน่า คุณไม่เคยจัดการกับไอ้นี่ให้ดีได้เลยนะ” เขาหนีบคลิปบอร์ดไว้ใต้แขน ขยับโบของเธอให้เข้าที่
“ฉันชอบหางานให้คุณทำไงล่ะ” หญิงสาวย้อนพร้อมยิ้มขบขัน
“คุณรู้ไหม ที่รัก ถ้าคุณจริงจังกับเรื่องที่จะลาออกหลังจากเรือเที่ยวนี้ มันก็จะเป็นโอกาสสุดท้ายของคุณที่จะขึ้นสวรรค์แล้วนะ” เขายิ้มตอบใส่ตาเธอ
เซรีน่าเลิกคิ้ว ความพยายามอย่างแรงกล้าของเดลที่เพียรทำมาตั้งแต่เมื่อปีก่อนได้กลายเป็นเรื่องขบขัน กับการที่เซรีน่าไม่ยอมขึ้นเตียงกับเขา เขาแปลกใจเสียยิ่งกว่าเธอที่พบว่าทั้งคู่ได้กลายมาเป็นเพื่อนกัน “งั้นเหรอ ฉันคงเสียดายแย่เลยที่ต้องพลาดมัน” เซรีน่าทำเป็นถอนใจ “แล้วสาวผมแดงจากเซาธ์ดาโกตากลับบ้านไปอย่างมีความสุขไหมคะ” เธอถามพร้อมรอยยิ้มไร้เดียงสา
เดลหรี่ตา “เคยมีใครบอกคุณบ้างไหมว่าคุณชักจะรู้มากไปแล้ว”
“ตลอดเวลาเลยละ โต๊ะฉันโต๊ะไหนคะ” เธอมองไปรอบๆ
“โต๊ะสอง” เขาหยิบบุหรี่ออกมาสูบเมื่อเธอเดินจากไป ถ้าใครสักคนจะบอกเขาเมื่อปีก่อนว่า ผู้หญิงแบบเซรีน่า แมคเกรเกอร์จะไม่เพียงหลบเลี่ยงการเกี้ยวพาของเขาได้ แต่ยังทำให้เขามีความรู้สึกฉันพี่น้องกับเธอ เขาคงแนะนำให้คนที่บอกไปหาจิตแพทย์แล้ว ชายหนุ่มยักไหล่ หันไปสนใจกับคลิปบอร์ดในมือ เขาคงเสียใจที่ต้องเสียเธอไป เดลคิด ไม่ใช่เพราะความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น แต่เซรีน่าเป็นเจ้ามือแบล็คแจ็ค*ที่ดีที่สุดของเขา
(*เกมการเล่นไพ่ที่ผู้เล่นต้องพยายามทำแต้มให้ได้ใกล้เคียงหรือเท่ากับ 21 แต่ต้องไม่เกิน 21 ไพ่เอซจะมีค่าเป็น 1 หรือ 11 ก็ได้ แจ็ค, ควีน, คิง มีค่าเท่ากับ 10 นอกนั้นมีค่าตามเลข ตอนเริ่มเกมจะแจกสองใบ ผู้เล่นจะขอจั่วเพิ่มหรือไม่ก็ได้)
มีโต๊ะแบล็คแจ็คแปดโต๊ะกระจายอยู่ทั่วห้อง เซรีน่าและเจ้ามืออีกเจ็ดคนจะหมุนเวียนไปตามโต๊ะตลอดช่วงบ่ายและเย็น โดยมีเวลาพักกินอาหารเย็นช่วงสั้นๆ คาสิโนจะเปิดจนถึงตีสอง นอกเสียจากคนเล่นจะบางตา แต่ถ้าคนเล่นมากก็อาจมีบางโต๊ะที่เปิดถึงตีสาม กฎข้อแรกคือให้สิ่งที่ผู้โดยสารต้องการ
ชายและหญิงคนอื่นในชุดทักซิโดเข้าประจำที่ของตน หนุ่มชาวอิตาลีคนหนึ่งยืนอยู่ข้างเซรีน่า เขาเพิ่งเข้ามารับหน้าที่คอยเก็บและแจกเบี้ยที่โต๊ะสอง เซรีน่ายิ้มให้เขา เดลบอกให้เธอคอยเป็นพี่เลี้ยงให้หนุ่มคนนี้
“ทำตัวให้สนุกนะ โทนี่” เธอแนะ มองกลุ่มคนที่รออยู่นอกประตูกระจก “มันจะเป็นคืนที่ยาวนาน” และได้ยืนกันจนขาแข็งเลยละ เธอเสริมอยู่ในใจเมื่อเดลส่งสัญญาณให้เปิดประตู
ผู้โดยสารกรูเข้ามาในห้อง ไม่ใช่ทยอยเข้ามา...ในวันแรกของการเดินทางอย่างนี้ผู้คนอดใจไม่อยู่ที่จะได้เข้ามาเล่น คนจะบางตาไปบ้างในช่วงเวลาอาหารเย็น แล้วก็จะเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งหลังเที่ยงคืน การแต่งกายเป็นไปอย่างลำลองสำหรับการเล่นในช่วงบ่าย มีทั้งกางเกงขาสั้น กางเกงยีนส์ หรือเดินเท้าเปล่าเข้ามา เมื่อประตูห้องเปิด เซรีน่าได้ยินเสียงจากตู้เกมหยอดเหรียญจากชั้นพรอเมอเนดดังแว่วมา แต่ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เสียงเหล่านั้นก็ถูกกลบด้วยเสียงของสล็อตแมชีน
เซรีน่าสามารถแยกแยะนักพนันออกจาก ‘คนเล่น’ และคนเล่นออกจาก ‘คนดู’ จะมีกลุ่มคนทั้งสามประเภทปะปนกันอยู่ในหมู่ผู้โดยสารทุกเที่ยว มีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่เคยเข้าคาสิโนมาก่อน พวกนี้จะเดินไปรอบๆ ให้ความสนใจกับเสียงและอุปกรณ์ที่มีสีสัน ก่อนที่จะไปแลกเหรียญเพื่อเล่นสล็อตแมชีน
และมีบางคนที่มาเพื่อความสนุกสนาน ไม่สนใจว่าจะแพ้หรือชนะ พวกนี้คือคนเล่น พวกเขามาเพื่อเกมการเล่น ปกติจะใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการเปลี่ยนคนดูให้กลายเป็นคนเล่น พวกเขาจะตะโกนเมื่อชนะ และร้องครางเมื่อแพ้ ไม่ต่างจากปฏิกิริยาของพวกที่ติดตู้เกมหยอดเหรียญ
และแน่นอน จะต้องมีพวกนักพนัน พวกนี้จะสิงสู่อยู่ตามคาสิโนระหว่างการเดินทาง การแพ้และชนะของเขาถือเป็นศิลปะ...หรือความหลงใหลใฝ่ฝัน พวกนี้จะไม่มีลักษณะอะไรเด่นชัด การแต่งกายไม่แน่นอน นักพนันอาจจะอยู่ในคราบของคุณย่าตัวเล็กๆจากเมืองพีโอเรีย หรือผู้บริหารจากย่านแมดิสันอเวนิวก็ได้ เมื่อโต๊ะต่างๆเริ่มเต็ม เซรีน่าก็แยกประเภทคนเหล่านั้น เธอยิ้มให้คนทั้งห้าที่เลือกโต๊ะของเธอ และเริ่มเปิดสำรับไพ่
“ขอต้อนรับสู่เรือค่ะ” เธอทักทายผู้เล่นพร้อมทั้งเริ่มสับไพ่
บรรยากาศของการพนันเพิ่มขึ้นภายในเวลาเพียงชั่วโมงเดียว แทรกซึมไปตามกลุ่มควันและกลิ่นเหงื่อจางๆในคาสิโน มันเป็นกลิ่นที่เย้ายวน เซรีน่าสงสัยอยู่เสมอว่า นั่นคือสิ่งที่ดึงดูดผู้คนได้มากกว่าแสงสีและผ้าปูโต๊ะสีเขียว กลิ่นอายและเสียงเหรียญที่ตกกระทบอ่างของสล็อตแมชีน เซรีน่าไม่เคยเล่นสล็อตแมชีน บางทีอาจเป็นเพราะเธอรู้ว่าตัวเองมีวิญญาณของนักพนันอยู่ในตัว เธอตัดสินใจมานานแล้วว่า เธอจะไม่เสี่ยงอะไร เว้นแต่แต้มต่อจะอยู่ข้างเธอ
ในช่วงแรก หญิงสาวเปลี่ยนโต๊ะไปทั่วห้องทุกครึ่งชั่วโมง และเริ่มเช่นนี้อีกหลังจากหยุดพักกินอาหารเย็น คาสิโนเริ่มแน่นขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดิน โต๊ะต่างๆเต็ม วงล้อรูเล็ตหมุนไปอย่างต่อเนื่อง เครื่องแต่งกายของผู้เล่นเริ่มหรูหรา ราวกับการเล่นพนันในเวลาเย็นต้องมีความงดงาม
เนื่องจากไพ่และผู้คนมักเปลี่ยนอยู่เสมอ ดังนั้นเซรีน่าจึงไม่เคยเบื่อ เธอเลือกงานที่จะได้พบคน ไม่ใช่คนที่อยู่ในระดับสังคมเดียวกันที่พบในมหาวิทยาลัย แต่เป็นคนที่หลากหลาย ถ้ามองในแง่นั้น เธอก็ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย เวลานี้ที่โต๊ะของเธอมีชาวเท็กซัสคนหนึ่ง ชาวนิวยอร์กสองคน ชาวจอร์เจียและชาวเกาหลีอย่างละหนึ่ง เธอแยกแยะคนเหล่านี้จากสำเนียงพูดของพวกเขา นี่เป็นเหมือนเกมของเธอ เหมือนกับไพ่ที่เธอแจกไปรอบโต๊ะ เป็นเกมหนึ่งที่เธอไม่เคยเบื่อ
เซรีน่าแจกไพ่ใบที่สองไปรอบโต๊ะ แอบมองไพ่ที่คว่ำอยู่ของตน พอใจกับแต้มสิบแปดในมือ ชาวนิวยอร์กคนแรกเรียกไพ่ เขานับแต้มและคำรามอย่างขัดใจ สั่นหัว ให้สัญญาณว่าอยู่ ไพ่ของชาวเกาหลีตายที่ยี่สิบสอง เขาลุกออกจากโต๊ะพร้อมกับบ่นพึม ชาวนิวยอร์กอีกคน ซึ่งมีผมสีบลอนด์เรียบแปล้และสวมชุดสีดำกระชับตัว อยู่ที่สิบเก้า
“ผมขออีกใบ” ผู้ชายจากจอร์เจียพูด ใบนี้ทำให้เขาได้รวมสิบแปด เขามองเซรีน่าอย่างครุ่นคิด แต่แล้วก็ตัดสินใจอยู่
ผู้ชายจากเท็กซัสได้แต้มสิบสี่ และไม่ชอบใจไพ่แต้มแปดของเซรีน่าที่เธอเปิดให้เขาดู เขาคิดถึงความเป็นไปได้ ลูบคาง ดื่มเบอร์เบิ้น และเรียกไพ่จากเซรีน่า เธอเปิดไพ่แต้มเก้าให้เขา
“ที่รัก” เขาชะโงกตัวเหนือโต๊ะ “คุณน่ารักเกินกว่าจะเอาเงินจากผู้ชายด้วยวิธีนั้นนะครับ”
“เสียใจด้วยค่ะ” เซรีน่ายิ้ม เปิดไพ่ที่คว่ำอยู่อีกใบหนึ่งของตัวเอง “สิบแปด” เธอประกาศ เริ่มเก็บเบี้ยกลับเข้ามา
เซรีน่ามองเห็นธนบัตรใบละร้อยดอลลาร์บนโต๊ะ ก่อนจะสังเกตว่ามีใครคนหนึ่งเข้ามาแทนที่ชาวเกาหลี หญิงสาวเงยหน้ามอง และสบตากับนัยน์ตาสีเขียวคู่หนึ่ง...เย็นชา ลึกล้ำ และแน่วแน่ เธอจ้องมองราวถูกตรึงอยู่กับดวงตาคู่นั้น ตาสีเขียวเยือกเย็นที่มีสีอำพันอยู่รอบม่านตา ความรู้สึกเย็นเยือกแล่นวูบไปตามสันหลัง เซรีน่าบังคับตัวเองให้กะพริบตา มองผู้ชายคนนั้น
ใบหน้าของเขาตอบแบบผู้ดี แต่เซรีน่ารู้สึกได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เจ้าชาย บางทีอาจเป็นเพราะริมฝีปากกว้างที่ไร้รอยยิ้ม หรือคิ้วสีดำหนา หรือไม่ก็เพราะสัญญาณเตือนภัยที่ดังอยู่ในสมองของเธอ นักปกครองละก็ใช่ แต่ไม่ใช่พวกราชตระกูล นี่เป็นลักษณะของผู้ชายที่จะวางแผนการใดๆโดยปราศจากความเมตตา และจะประสบผลสำเร็จเสมอ ผมสีดำหนาของเขายาวปรกใบหู ระอยู่กับปกเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาว ผิวหน้าเขาเป็นสีแทนเช่นเดียวกับเดล แต่เซรีน่าไม่คิดว่าเขาเจตนาทำให้ผิวตัวเองเป็นสีแบบนั้นเหมือนซูเปอร์ไวเซอร์ของเธอ ผู้ชายคนนี้จะไม่มีทางคิดถึงเรื่องของแฟชั่น
เขาไม่นั่งตัวงอแบบชาวเท็กซัส หรือนั่งเอกเขนกแบบผู้ชายจากจอร์เจีย แต่นั่งเหมือนแมวใจเย็นที่พร้อมจะกระโจนอยู่เสมอ จนเมื่อเขาเลิกคิ้วข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม เซรีน่าจึงรู้ตัวว่าเธอเผลอจ้องเขาอยู่เป็นนาน
“แลกหนึ่งร้อยนะคะ” เธอรีบพูด นึกฉุนตัวเอง หญิงสาวเก็บเงินเข้าโต๊ะและนับเบี้ยให้เขา เขาหยิบมันวางบนโต๊ะ เธอเริ่มแจกไพ่อีกครั้ง
ผู้ชายจากนิวยอร์กมองแต้มสิบที่เซรีน่าเปิดลงบนแต้มสิบสี่ของเขา เขาล้มเพราะแต้มเกิน ผู้เล่นคนใหม่ใช้มือให้สัญญาณว่าอยู่ที่สิบห้า ชาวนิวยอร์กอีกคนและชาวจอร์เจียล้ม ชาวเท็กซัสอยู่ที่สิบเก้า เซรีน่าเปิดแต้มสามรวมกับแต้มสิบของเธอ เปิดไพ่หน้าสองให้ตัวเอง และล้มที่ยี่สิบสามเมื่อเปิดใบถัดมา ผู้ชายที่มีใบหน้าน่าอันตรายดึงซิการ์ตัวเล็กออกมา และเริ่มเล่นต่อเงียบๆ เซรีน่ารู้ทันทีว่าเขาคือนักพนัน
ชื่อของเขาคือจัสติน เบลด บรรพบุรุษของเขาดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์ด้วยธนูและลูกศรจากหลังม้าขนาดเล็กที่ว่องไว เซรีน่าคิดถูกเกี่ยวกับท่าทางเป็นผู้ดีของเขา แต่สายเลือดเขาไม่ใช่พวกราชตระกูล สายเลือดส่วนหนึ่งในตัวเขามาจากพวกอพยพชาวฝรั่งเศส และส่วนหนึ่งจากชาวเหมืองเวลส์ และส่วนที่เหลือคือเชื้อสายของโคมันชี
เขาไม่รู้จักเขตสงวนที่อินเดียนแดงถูกบังคับให้เข้าไปอยู่ และถึงเขาจะเคยสัมผัสกับความยากจนในช่วงวัยรุ่น แต่เขาก็คุ้นเคยกับการสวมใส่เสื้อผ้าไหม เคยชินกับมันมากเสียจนเห็นมันเป็นเรื่องธรรมดาดังเช่นคนรวยคนหนึ่ง เขาชนะพนันครั้งแรกในห้องด้านหลังของโรงบิลเลียดเมื่ออายุสิบห้า และตลอดยี่สิบปีนับจากนั้น เขาก็เล่นเกมที่เป็นผู้ดีมากขึ้น เขาเป็นนักพนันเช่นที่เซรีน่ารู้สึก และเขาได้ไตร่ตรองแต้มต่อเรียบร้อยแล้ว
จัสตินเข้ามาในคาสิโนเพื่อฆ่าเวลากับเกมการพนัน การเล่นเกมพนันเล็กๆน้อยๆถือว่าเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งในเมื่อเขาอยู่ในฐานะที่จะเสียเงินเดิมพันได้โดยไม่เดือดร้อน แล้วเขาก็เห็นเธอ สายตาเขากวาดผ่านผู้หญิงหลายคนที่อยู่ในชุดราตรี ผ่านความวาววามของทองคำและประกายของอัญมณี และมาหยุดอยู่ที่สาวผมบลอนด์ในชุดทักซิโดแบบผู้ชาย ทรงผมและเสื้อเชิ้ตของเธอเน้นให้เห็นลำคอระหง และอากัปกิริยาที่บ่งบอกถึงการอบรมมาอย่างดี แต่ที่มากกว่านั้นคือ เสน่ห์ทางเพศที่ไม่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวหรือคำพูด เธอเป็นหญิงสาวที่ผู้ชายต้องการ
จัสตินมองมือที่แจกไพ่ นิ้วเรียวยาว มีเส้นเลือดจางๆอยู่ใต้ผิวสีครีม เล็บมือเธอโค้งมนและสวยสมบูรณ์แบบ ได้รับการขัดจนเป็นเงางาม เป็นมือที่เหมาะกับถ้วยชาเนื้อดีและขนมอบเพสทรีของฝรั่งเศส มือที่ผู้ชายโหยหาอยากให้สัมผัสผิวของเขา
จัสตินถอนสายตาจากมือคู่นั้นมามองตาเธอ เซรีน่าขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางจ้องมองเขา สงสัยว่าทำไมชายผิวคล้ำเข้มท่าทางเงียบขรึมผู้นี้จึงทำให้เธอมีความรู้สึกทั้งอึดอัดและใคร่รู้ เขาไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียวตั้งแต่นั่งลง ไม่ว่าจะกับเธอหรือกับคนอื่นที่อยู่ในโต๊ะ แม้เขาจะชนะอย่างสม่ำเสมอ เขาก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะสนุกกับมัน ท่าทางเขาไม่ได้ให้ความสนใจกับการเล่นจนมากมาย เธอบอกตัวเอง ทั้งหมดที่เขาทำคือ จ้องมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉยจับจ้อง
“สิบห้า” เซรีน่าพูดเสียงเย็น ชี้ไพ่ตรงหน้าเขา จัสตินพยักหน้าให้เธอแจกไพ่ และได้แต้มหก ไม่มีความเปลี่ยนแปลงฉายให้เห็นในสีหน้าเย็นชาของเขา
“ให้ตายสิ คุณนี่โชคดีจริงๆ ไอ้ลูกชาย” ชาวเท็กซัสพูดอย่างร่าเริง มองกองเบี้ยที่เริ่มน้อยลงตรงหน้าตน เขาทำหน้าเบ้ “ดีใจที่บางคนโชคดี” เขาหายใจดังเฮือกเมื่อเซรีน่าแจกไพ่ที่ทำให้เขาได้แต้มยี่สิบสอง
เจ้ามือได้ยี่สิบ หญิงสาวรวบเบี้ยเข้ามา และเลื่อนเบี้ยราคายี่สิบห้าดอลลาร์ให้จัสตินสองอัน ปลายนิ้วเขาทาบลงบนนิ้วเธอ สัมผัสนั้นแผ่วเบา แต่มีอำนาจพอที่จะทำให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ชายหนุ่มประสานสายตาแน่วแน่ ไม่ยอมขยับมือออก ไม่มีความกดดันหรือแรงบีบจากนิ้วมือเขา แต่เซรีน่ารู้สึกถึงอาการตอบสนองที่แล่นผ่านร่างเธอ ราวกับร่างของทั้งคู่ได้แนบชิดกันแทนที่จะเป็นเพียงนิ้วมือ เธอควบคุมตัวเอง และดึงมือออกมาช้าๆ
“เจ้ามือคนใหม่ค่ะ” เธอพูดอย่างสงบ โล่งใจที่หน้าที่ของเธอที่โต๊ะนี้จบลง “ขอให้สนุกนะคะทุกท่าน” เธอขยับไปยังโต๊ะต่อไปพลางสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมหันกลับไปมอง แต่เธอก็หันไปจนได้ และสายตาเธอตรึงอยู่กับดวงตาเขา
เซรีน่าเชิดศีรษะขึ้นเล็กน้อยอย่างโมโห ท่าทางของเธอเหมือนจะท้าทาย เป็นครั้งแรกในเย็นนี้ที่เธอเห็นริมฝีปากคู่นั้นหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มที่แทบไม่ทำให้ใบหน้าของเขาขยับ จัสตินก้มหัวเหมือนจะรับคำท้า เซรีน่าหันหลังให้เขาทันที
“สวัสดีค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงชัดเจนกับผู้เล่นที่โต๊ะใหม่
พระจันทร์ยังคงสูงเด่นอยู่กลางฟ้า สาดแสงกระทบพื้นน้ำสีดำในยามดึกสงัด เซรีน่ายืนอยู่ที่กาบเรือ มองยอดคลื่นสีขาวในขณะที่เรือแล่นฝ่าท้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว เวลาตีสองกว่าแบบนี้ดาดฟ้าเรือว่างเปล่า เธอชอบเวลาในช่วงนี้ เมื่อผู้โดยสารนอนหลับ และก่อนที่ลูกเรือจะเริ่มงานในกะเช้า เธอจะอยู่เพียงลำพังกับท้องน้ำและสายลม และสามารถมีจินตนาการที่อิสระและกว้างไกลได้เท่าที่ต้องการ
หญิงสาวหายใจเข้าลึก สูดกลิ่นน้ำเค็มและอากาศยามค่ำคืน เรือจะถึงนัสซอหลังย่ำรุ่ง และขณะที่จอดเทียบท่า คาสิโนบนเรือจะปิด และเธอจะมีเวลาว่างในช่วงเช้า แต่เธอยังคงชอบเวลากลางคืนมากกว่า
จิตใจเธอล่องลอยกลับไปยังเวลาทำงาน ไปยังนักพนันผู้เงียบขรึม ซึ่งเล่นอยู่ที่โต๊ะของเธอ เขาเล่นชนะและจับจ้องเธอ เธอคิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงจะสยบแทบเท้า และไม่แปลกใจเลยที่เขามาคนเดียว ชายผู้รักสันโดษ เซรีน่ารำพึง เขาช่างมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด ดึงดูดความสนใจเธอได้อย่างฉมัง เธอยอมรับเมื่อชะโงกหน้าออกไปรับลม ดึงดูดความสนใจในทางที่น่าอันตราย แต่มันอยู่ในสายเลือดของเธอเสียแล้ว ที่จะเห็นอันตรายเป็นความท้าทาย เธอคำนวณความเสี่ยง กะประมาณเปอร์เซ็นต์ ทว่า...เซรีน่าไม่คิดว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นไปตามทฤษฎี
“กลางคืนเหมาะกับคุณ”
มือของหญิงสาวกำแน่นอยู่กับราวดาดฟ้า แม้จะไม่เคยได้ยินเสียงเขาหรือได้ยินความเคลื่อนไหวของเขา แต่เธอรู้ว่าใครยืนอยู่เบื้องหลัง เธอพยายามที่จะไม่อุทานอะไรออกมา หัวใจเต้นรัว หญิงสาวหันไปเห็นเขาเดินออกมาจากมุมมืด เธอเงียบเป็นครู่เพื่อให้เสียงที่ออกมาฟังดูหนักแน่น เขาเข้ามายืนอยู่ข้างกายเธอ
“โชคเข้าข้างคุณหรือเปล่าคะ” เธอถาม
จัสตินมองหน้าหญิงสาว “ดูเหมือนจะอย่างนั้น”
เธอพยายามที่จะระบุถิ่นฐานจากน้ำเสียงของเขา แต่ก็ล้มเหลว เสียงของเขาทุ้มต่ำ ฟังรื่นหู “คุณเก่งมากค่ะ” เธอชมด้วยใจจริง “เราไม่ค่อยมีมืออาชีพมาเล่นในคาสิโนของเราบ่อยนัก” หญิงสาวสังเกตเห็นประกายขบขันในดวงตาเขาแวบหนึ่ง ชายหนุ่มดึงซิการ์ออกมาสูบ ควันซิการ์ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ก่อนจะเลือนหายไปกับสายลม เซรีน่าค่อยๆผ่อนแรงกดของนิ้วมือบนราวดาดฟ้าทีละนิ้ว “คุณสนุกกับการเดินทางไหมคะ”
“มากกว่าที่คาดไว้ครับ” เขาสูบซิการ์อย่างช้าๆและครุ่นคิด “แล้วคุณล่ะ”
เซรีน่ายิ้ม “มันเป็นงานของฉันค่ะ”
จัสตินเอนตัวพิงราวดาดฟ้าเรือ วางมือไว้ข้างมือเธอ “นั่นไม่ใช่คำตอบนะ เซรีน่า”
เนื่องจากมีชื่อติดอยู่กับเครื่องแบบ หญิงสาวจึงเพียงแค่เลิกคิ้วเมื่อเขาใช้ชื่อแรกของเธอ “ฉันสนุกกับมันค่ะ มิสเตอร์...”
“เบลดครับ” เขาพูดเสียงเบา ไล้ปลายนิ้วกับแนวคางของเธอ “จัสติน เบลด จำไว้ให้ดีนะครับ”
แม้จะแปลกใจกับปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อสัมผัสของเขาราวกับมีสายฟ้าแล่นซ่านอยู่ภายใน แต่เซรีน่าก็ไม่ขยับหนี เธอเพียงบอกเขาอย่างหนักแน่นว่า “ฉันมีความจำที่ดีค่ะ”
เขายิ้มพร้อมทั้งพยักหน้า “ครับ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณจึงเป็นเจ้ามือที่ดี คุณทำงานนี้มานานแค่ไหนแล้ว”
“หนึ่งปีค่ะ” เลือดในกายเธอยังร้อนรุ่มแม้เขาจะถอนมือออกไปแล้ว
ชายหนุ่มแปลกใจ สูดซิการ์อีกครั้งก่อนขยี้ดับมันด้วยเท้า “จากท่าทางของคุณ ผมนึกว่าคุณทำมานานกว่านั้นเสียอีก” เขาดึงมือเธอออกจากราว พิจารณาหลังมือ แล้วพลิกมามองฝ่ามือด้านในอันอ่อนนุ่ม “แล้วก่อนหน้านี้คุณทำอะไรล่ะ”
แม้สมองจะบอกว่าให้รีบถอยห่างออกมาจะดีกว่า แต่เซรีน่าก็ยังคงปล่อยให้เขากุมมือเธอ ราวกับพละกำลังและความเชี่ยวชาญในสัมผัสของเขาดึงดูดมือเธอไว้ “ฉันเรียนค่ะ”
“เรียนอะไร”
“ทุกอย่างที่ฉันสนใจ แล้วคุณล่ะคะ ทำอะไร”
“ทุกอย่างที่ผมสนใจ”
เธอหัวเราะ เสียงแผ่วพร่าที่กระซิบกระซาบไปตามผิวกายเขา “ฉันมีความรู้สึกว่าคุณหมายความตามตัวอักษรเลย ใช่ไหมคะ มิสเตอร์เบลด” เธอขยับมือออก แต่เขาทาบมือลงบนมือเธอ
“ครับ” เขาพึมพำ “เรียกผมว่าจัสตินสิ เซรีน่า” เขามองดาดฟ้าที่ว่างเปล่าและทะเลเวิ้งว้างดำมืด “นี่ไม่ใช่สถานที่ที่จะต้องมามีพิธีรีตองกัน”
สามัญสำนึกบอกให้เธอรับมือกับเขาอย่างระมัดระวัง แต่สัญชาต-ญาณทำให้เธอกวนประสาทเขา “เรามีกฎที่ไม่ให้ลูกเรือติดต่อคบค้ากับผู้โดยสารในเชิงส่วนตัวค่ะ มิสเตอร์เบลด” เธอพูดเสียงเย็น “ฉันต้องการมือฉันคืน”
ชายหนุ่มยิ้ม แสงจันทร์ทำให้ตาเขาเป็นประกายเหมือนตาแมว “ผมก็ต้องการเหมือนกัน” เขายกมือเธอขึ้นจรดริมฝีปากตรงใจกลางฝ่ามือ ความตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วร่างเธอ “และผมได้สิ่งที่ต้องการเสมอ” เขาพึมพำกับผิวเนื้อเธอ
ลมหายใจเธอถี่กระชั้นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว บนดาดฟ้าเรือที่มืดและเงียบสงัดนี้ เขาดูจะเป็นเพียงเงาที่มีเสียง ซึ่งอาจรุกเร้าเธอด้วยดวงตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยอันตราย เธอรู้สึกว่าร่างกายตัวเองกำลังโหยหาเขา หญิงสาวพยายามควบคุมมันด้วยโทสะที่วูบขึ้นมา
“แต่ครั้งนี้คงไม่ใช่ ฉันจะเข้าไปข้างใน มันดึกแล้ว”
เขายึดมือเธอไว้แน่น จัสตินเอื้อมมือไปปลดกิ๊บติดผมของเธอโยนทิ้งน้ำ ปล่อยให้เรือนผมแผ่สยายคลุมบ่าเธอ หญิงสาวตกตะลึงกับการจาบจ้วงของเขา เซรีน่าขึงตาใส่เขา “ใช่ ดึกแล้ว” เขาเห็นด้วย สางนิ้วไปตามเรือนผมหนาสีบลอนด์ “แต่คุณเป็นผู้หญิงสำหรับราตรี ผมคิดแบบนั้นทันทีที่เห็นคุณ” ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและนุ่มนวลเกินกว่าจะคาดเดาได้ เขาดันเซรีน่าจนเธอถูกกักอยู่ระหว่างราวดาดฟ้ากับตัวเขา ผมเธอปลิวลู่ไปด้านหลัง ผิวกายเธอราวกับหินอ่อนยามอยู่ใต้แสงจันทร์ จัสตินพบว่าความปรารถนาของเขามีมากกว่าที่เขาเคยรับรู้มาก่อน
“คุณรู้ไหมว่าฉันคิดอะไรอยู่” เซรีน่าถาม พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น “ฉันคิดว่าคุณเป็นคนที่หยาบคายและน่ารำคาญที่สุด”
เขาหัวเราะอย่างขบขัน “ดูเหมือนเราทั้งคู่จะถูก ผมควรบอกคุณดีไหมว่า ผมเกือบเขวออกจากเกมเมื่อนึกสงสัยว่าคุณจะมีรสชาติเช่นไร”
เซรีน่านิ่งขึง เส้นผมสีทองปลิวไสวระรอบใบหน้า เธอเชิดคาง ดวงตาเข้มขึ้นอย่างท้าทาย “ก็คงจะได้แต่นึกละ” เธอพูดเสียงเรียบ มือกำหมัดแน่น จะผู้โดยสารหรือไม่ใช่ก็ตาม หญิงสาวตัดสินใจ เธอจะซัดหมัดเข้าสักเปรี้ยงเหมือนอย่างที่พี่ชายทั้งสองคนเคยสอนให้
“หายากนะครับที่จะมีอะไรหรือใครมาหันเหความตั้งใจของผม” เขาพูดพลางเอนตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น เซรีน่าเกร็งมือ “คุณมีดวงตาของแม่มด ผมเป็นคนที่มีเซนส์ในเรื่องเหนือธรรมชาติ”
“คนยโสละก็ใช่” เซรีน่าแก้เสียงแข็ง “แต่ฉันยังสงสัยในเรื่องเซนส์แบบนั้น”
เธอเห็นรอยยิ้มในดวงตาเขาเมื่อใบหน้าเขาลอยเข้ามาใกล้ “คุณไม่เชื่อเรื่องโชคชะตาหรือ เซรีน่า”
“ก็เชื่ออยู่” และเชื่อเรื่องการกระทุ้งให้ถูกจุดด้วย เธอเสริมในใจ นิ้วมือเขาเคลื่อนเข้าใต้โคนผมเพื่อกระชับต้นคอเธอ ริมฝีปากเขาเลื่อนต่ำลงมา ลมหายใจอุ่นๆของเขาทำให้ริมฝีปากเธอเผยอออก และความตั้งใจก็เริ่มคลอนแคลน
มือข้างหนึ่งของชายหนุ่มยังคงกุมมือเธอไว้ เขาไล้นิ้วเป็นวงบนฝ่ามือเธอ ราวกับจะเตือนให้ระลึกถึงสัมผัสจากจุมพิตของเขาบนผิวเนื้อนั้น เซรีน่าต่อสู้กับความรู้สึกอ่อนแอที่เพิ่มมากขึ้น หญิงสาวขยับถอย เล็งไปที่แผ่นท้องของเขา แล้วปล่อยหมัดออกไป
หมัดของเธอเกือบจะพุ่งเข้าเป้าอยู่รอมร่อ แต่มือแข็งแรงก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเธอเสียก่อน หญิงสาวดิ้นรนดึงมือกลับด้วยความโมโห เขาหัวเราะเบาๆ “ตาของคุณมันฟ้อง” เขาบอก บังคับให้เธออยู่นิ่งด้วยการจับมือเธอแน่นขึ้น “คุณยังต้องหัดอีกนาน”
“ถ้าคุณไม่ปล่อย ฉันจะ...” คำขู่ของเธอขาดหายไปเมื่อริมฝีปากเขาไล้ลงมาแผ่วเบา มันไม่ใช่การจูบ แต่เป็นการหยอกเย้า หญิงสาวใช้ลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองราวกับเตรียมพร้อมที่จะสัมผัสกับบางสิ่งบางอย่างที่หอมหวานและต้องห้าม
“อะไรล่ะ” เขากระซิบ สัมผัสริมฝีปากเธออีกครั้งอย่างแผ่วเบาจนเลือดอื้ออึงอยู่ในหัว เขาปรารถนาที่จะบดขยี้และดื่มด่ำกับมัน ริมฝีปากเธอชุ่มชื้น กายเธอมีกลิ่นของน้ำเค็มและกลิ่นอายของฤดูร้อน เมื่อเธอไม่ตอบ จัสตินก็ไล้ลิ้นไปทั่วริมฝีปากหญิงสาว ตรามันไว้ในความทรงจำขณะที่ดูดซับกลิ่นและรอคอย
ความวาบหวามรัญจวนซึมซาบไปทั่วกายเซรีน่า เปลือกตาเธอหนักอึ้ง กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายผ่อนคลาย หมัดที่กำแน่นอยู่กับฝ่ามือเขาเริ่มอ่อนล้า เป็นครั้งแรกตั้งแต่จำความได้ที่จิตใจเธอว่างเปล่า โอ...มันช่างเหมือนกระดานว่างเปล่าที่เขาสามารถเขียนอะไรได้ตามความปรารถนา เธอรู้สึกเจ็บเล็กน้อยยามเขาขบริมฝีปากล่างเต็มอิ่มของเธอ ทำให้จิตใจเธอเต็มตื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ด้วยความคิด
ร่างเขาแนบชิดกายเธอ แข็งแกร่งและอบอุ่น ริมฝีปากเขาอ่อนนุ่ม...นุ่มกว่าที่เธอคิดว่าชายใดจะมีริมฝีปากเช่นนี้ เหมือนการไล้ผ้าไหมเนื้อดีลงกับผิวเนื้อเปล่าเปลือย มีกลิ่นหอมจางๆของยาเส้น รวมทั้งกลิ่นกายของเขาที่ไม่มีกลิ่นโคโลญเจือปน เขากระซิบเรียกชื่อเธออย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน เรือโคลงไปมา แต่เขาก็เคลื่อนไหวไปกับมันได้อย่างง่ายดายเหมือนเช่นเธอ เขากระชับร่างเธอแนบชิดยิ่งขึ้น ความคิดที่จะขัดขืนอันตรธานหายไปจากใจเซรีน่า หญิงสาวยกมือโอบรอบคอเขา แหงนหน้าไปข้างหลังอย่างเชิญชวน
จัสตินรู้สึกถึงความต้องการเกือบป่าเถื่อนที่จะย่ำยีเธอขณะที่กระชับเรือนผมเธอไว้แน่น “ลืมตาสิ” เขาสั่ง มองเปลือกตาหนักอึ้งที่ค่อยๆเปิดขึ้น ให้เขาได้เห็นดวงตาที่พร่ามัวด้วยความพอใจ “มองผมเวลาที่ผมจูบคุณ” เขาพึมพำ
แล้วริมฝีปากเขาก็บดขยี้ลงมาอย่างดุดัน เขาแทบจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวอยู่ในอกเมื่อเขาซอกซอนลึกล้ำ ค้นพบรสชาติหอมหวาน ในขณะที่ลิ้นเธอก็ตอบสนองเขาด้วยความเร่าร้อนพอกัน ดวงตาเขาหรี่ปรือเมื่อเห็นประกายพึงพอใจในดวงตาเธอคุกรุ่นร้อนแรงยิ่งขึ้น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิด และดวงตาชายหนุ่มก็เริ่มพร่าเลือน
ความปรารถนาเข้าเกาะกุมเธอ ความต้องการ ความโหยหา และความลับในใจ ระเบิดออกมาพร้อมๆกัน แม้เธอกระหายที่จะเติมเต็มมัน แต่เธอก็รู้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่สามารถปล้นได้แม้กระทั่งวิญญาณของเธอ และเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย หญิงสาวดิ้นรนด้วยความกลัว แต่เขาจับเธอไว้แน่น ริมฝีปากเขาพยายามโอ้โลมให้เธอหยุดนิ่ง ทว่าสติสัมปชัญญะส่วนที่ยังเหลืออยู่บอกเธอว่า เขาเป็นคนที่ต้องได้ทุกอย่างที่ต้องการ โดยไม่คำนึงถึงความเต็มใจอะไรทั้งสิ้น
ในที่สุดเธอก็เป็นอิสระ เซรีน่าหายใจหอบ จัสตินมองเธอเงียบๆ เธออ่านสายตาเขาไม่ออก การป้องกันตัวเองที่เกิดขึ้นจนเป็นนิสัยทำให้เซรีน่าเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความโกรธโดยเร็ว
“ถ้าคุณอ่านแผ่นโฆษณาของการเดินทางนี้ คุณจะพบว่า ค่าโดยสารของคุณไม่ได้รวมถึงการที่คุณจะมาหิ้วลูกเรือของที่นี่”
“ของบางอย่างตีค่าเป็นราคาไม่ได้หรอก เซรีน่า”
น้ำเสียงของเขาทำให้เธอตัวสั่น เหมือนเขาได้ประทับตราลงบนตัวเธอ ตราที่เธอไม่สามารถลบออกได้ง่ายๆ เธอถอยกลับเข้าไปในเงามืด “อยู่ให้ห่างฉัน” เธอเตือน
จัสตินเอนตัวพิงราวดาดฟ้า ตาจับอยู่กับภาพของเธอในเงามืด “ไม่” เขาพูดเสียงเบา “ผมแจกไพ่ไปแล้ว และแต้มต่อมักจะอยู่กับเจ้ามือเสมอ”
“ฉันไม่สน” เธอกระชากเสียง “ไม่ต้องมาแจกให้ฉัน” เธอหมุนตัวแล้วรีบเดินลงบันไดไปอย่างเร็ว
ชายหนุ่มสอดมือเข้าในกระเป๋ากางเกง เขย่าเศษเหรียญและยิ้ม “คุณไม่มีโอกาสแล้ว”

