Romance
Detective
Children's Books
Interesting Books

 

     
 
ข้อความในหน้านี้เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์แก้วกานต์ ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
     
 
ร้อนนักรักนี้
 
     
 

    บทที่ 1
   
    ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวอยู่ในความร้อนระอุ
    คุณพระช่วย  รีแกน แมคคินนีย์คิดพลางมองข้ามขอบพวงมาลัยรถไปยังเมืองที่รกร้าง  ฝุ่นฟุ้ง  และทรุดโทรมที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา  สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนถูกละทิ้ง  หล่อนไม่เห็นรถคันอื่นอีกเลยนับตั้งแต่ออกจากถนนที่เชื่อมระหว่างรัฐใกล้ชายแดนรัฐยูทาห์กับโคโลราโด  และนั่นคือเมื่อกว่าหนึ่งชั่วโมงที่ยาวนานและร้อนระอุมาแล้ว
    ซิสโก  ป้ายที่ข้างถนนบอกเอาไว้  และยืนยันความกลัวอย่างที่สุดของรีแกน  หล่อนได้พบสถานที่ที่กำลังมองหาแล้ว  และมันดูไม่มีบ้าอะไรอยู่ในนั้นเลย  เว้นแต่ใครบางคนจะนับรวมสถานีบริการน้ำมันเก่าโทรมที่มีหัวจ่ายน้ำมันเก่าแก่ผุพัง  และกระท่อมทรุดโทรมห้าหลังที่หน้าต่างล้วนแต่แตกร้าว  แล้วก็โรงนาเก่าๆอีกหลังหนึ่ง
    หล่อนไม่แน่ใจว่าควรจะเข้าไปดีหรือไม่  แล้วก็ไม่แน่ใจด้วยว่าอยากจะพบใครก็ตามที่อาจจะอาศัยอยู่ในสถานที่พรรค์นี้  แต่มันคือสาเหตุที่ทำให้หล่อนต้องมาที่นี่  มาตามหาผู้ชายที่ชื่อควินน์ ยังเกอร์  และลากตัวเขากลับไปเมืองโบลเดอร์ในโคโลราโด
    ควินน์ ยังเกอร์เป็นสิ่งชี้นำเพียงอย่างเดียวที่รีแกนมีเหลืออยู่เกี่ยวกับการที่ปู่ของหล่อนหายตัวไป  และถ้าเขาพอจะรู้อะไรอยู่บ้าง  หล่อนก็จะจัดการทำให้แน่ใจเลยว่าเขาจะต้องบอกกับตำรวจในโบลเดอร์  ทางตำรวจไม่เคยเชื่อเลยว่า  ดร.วิลสัน  แมคคินนีย์หายตัวไป  เพราะหลังจากเกษียณอายุจากงานสอนที่มหาวิทยาลัยแห่งโคโลราโดในโบลเดอร์แล้ว  เขาก็ชอบออกเตร็ดเตร่ไปตามดินแดนทุรกันดารในภาคตะวันตกของสหรัฐฯในช่วงฤดูร้อน  และจากผลการตรวจสอบของพวกตำรวจ  ปีนี้ก็ไม่ต่างไปจากเดิม
    แต่มันไม่เหมือนเดิม  ปีนี้คุณปู่ไม่ได้ติดต่อหาหล่อนจากเวอร์นัลหรือแกรนด์จังชั่นเหมือนที่เขาเคยทำเสมอๆ  และเขาไม่ได้ไปถึงเมืองแคสเปอร์  รัฐไวโอมิง  ตามกำหนดเวลาด้วย  รีแกนตรวจสอบดูแล้ว  ก็จริงอยู่ว่าเขาค่อนข้างจะเป็นคนจิตใจเลื่อนลอย  แต่เขาไม่เคยไปไหนนานถึงสองสัปดาห์โดยไม่โทร.กลับมาที่บ้าน  แถมเขาจะไม่มีวันและไม่เคยพลาดที่จะไปกล่าวบรรยายให้พิพิธภัณฑ์เทตในแคสเปอร์
    ไม่มีทางเป็นไปได้เลย
    เขาไม่รักอะไรมากไปกว่าการได้พร่ำพูดถึงบริเวณที่ค้นพบซากฟอสซิลของไดโนเสาร์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ฟังและได้รับค่าตอบแทนจากการทำเช่นนั้น  ด้วยวัยเจ็ดสิบสองปี  ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นดร.วิลสันจากช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์นั้นของเขาได้--ไม่มีเลย  นอกจากจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นสักอย่าง
    ควินน์ ยังเกอร์  หญิงสาวรำพึงขณะที่มองไปยังอาคารพังๆเหล่านั้น  กระดาษปิดผนังกันน้ำหลุดลอกออกมาจากทุกฝาผนังด้านนอก  ปลิวไสวอยู่ในสายลม  ครึ่งหนึ่งของแผ่นกระเบื้องมุงหลังคาแตกหลุดออกมา  ยานพาหนะสองคันที่จอดอยู่หน้าสถานีบริการน้ำมันก็เก่าคร่ำคร่า  หล่อนกล้าพนันว่าต้องเก่ากว่าห้าสิบปีเป็นแม่นมั่น  มันเป็นรถกระบะที่ยางแบนแต๋ทั้งสี่ล้อ  กับรถเก๋งซีดานสีดำขึ้นสนิมเขรอะ
    ถ้าควินน์ ยังเกอร์อาศัยอยู่ในซิสโกนี้  ก็แสดงว่าเขาติดกับอยู่ที่นี่  และไม่มีอะไรที่มันจะไร้สติยิ่งไปกว่านี้อีกแล้ว  เขาเคยเป็นนักบินกองทัพอากาศ  พระเจ้าทรงโปรด  เป็นถึงวีรบุรุษของชาติคนหนึ่งเชียวละ  เขาเคยถูกยิงตกทางตอนเหนือของอิรักในเขตห้ามบิน  และได้ขึ้นปกนิตยสารไทม์  นิตยสารนิวส์วีค  และขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ใหญ่ๆในสหรัฐฯทุกฉบับ  ทั้งการที่เขาเอาชีวิตรอดจากหลังแนวรบของข้าศึกมาได้  และการได้รับการช่วยเหลืออย่างอาจหาญจากเหล่านาวิกโยธินได้กลายมาเป็นตำนานพอๆกัน  เขาได้เป็นนายแบบโปสเตอร์แบบฉายเดี่ยวเพื่อชักชวนผู้คนมาเข้าร่วมในกองทัพสหรัฐฯ
    ถือว่าเป็นการหักมุมที่ไม่เลวเลยสำหรับคนคนหนึ่งซึ่งเคยเดินทางสายด่วนไปสู่สถานดัดสันดานเมื่ออายุสิบหกปีและอาจจะได้ไปถึงทัณฑสถานของรัฐ  จนกระทั่งเมื่อผู้พิพากษาท่านหนึ่งส่งเขามาเป็นลูกมือภาคสนามของคุณปู่ในฤดูร้อนคราวหนึ่ง  เพื่อมาเป็นแรงงานช่วยขุดกระดูกไดโนเสาร์  คุณปู่ภูมิใจในตัวหนุ่มน้อยคนนี้เอามากๆ  เขาเป็นหนึ่งในเด็กหนุ่มกลุ่มแรกที่ถูกจับตัวได้จากข้างถนน  และได้รับโอกาสเป็นครั้งที่สองให้หลุดพ้นจากศาลในเดนเวอร์เพื่อมาฝึกงานอยู่กับคุณปู่  พวกนอกกฎหมายทั้งนั้น  คุณปู่เคยเรียกหนุ่มๆลูกมือกลุ่มแรกของเขาอย่างนั้น  แต่หลังจากฤดูร้อนอันสาหัสและยาวนาน  คุณปู่ก็เริ่มกระบวนการหล่อหลอมเด็กนอกกฎหมายให้กลายเป็นลูกผู้ชายชาตรี--และเขารู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จ  อย่างน้อยก็ในกรณีของควินน์ ยังเกอร์
    รีแกนไม่แน่ใจนัก  ไม่แน่ใจอีกต่อไปแล้ว  หล่อนเคยพบควินน์ ยังเกอร์ครั้งหนึ่งในฤดูร้อนคราวนั้น  ถ้าการเผชิญหน้ากันอย่างน่าขัดเขินนั้นเรียกว่าเป็นการพบปะได้นะ  และถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีภาพลักษณ์ที่โด่งดังและรุ่งโรจน์  ทว่าภาพของเขาที่ประทับอยู่ในสมองของหล่อนก็ยังคงเป็นนักขโมยรถวัยสิบหกปี  ผมเผ้ายุ่งเหยิง  นัยน์ตาเยือกเย็นหยั่งลึกและมีรอยยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์แสนกล  เมื่อเห็นเมืองซิสโกแล้วก็แทบไม่ทำให้ภาพที่ประทับอยู่ในความทรงจำนั้นเปลี่ยนไปเลย  รวมถึงสิ่งที่เขียนไว้อย่างเป็นปริศนาบนปฏิทินตั้งโต๊ะของคุณปู่ที่หล่อนไปอ่านเจอเข้า  มีชื่อควินน์ ยังเกอร์เขียนกำกับอยู่กับสิ่งที่เขาจดไว้  ซึ่งมันเป็นเงื่อนงำที่นำพาหล่อนมาถึงสถานที่ห่างไกลความเจริญบนถนนในรัฐยูทาห์แห่งนี้
    หญิงสาวถอนหายใจอย่างอ่อนล้า  แล้วหันความสนใจกลับมาที่อาคารเหล่านั้นอีกครั้ง  เมืองนี้น่าขนลุก  น่าขนลุกเป็นบ้าเลย  แต่หล่อนก็มาไกลโขแล้ว  และอย่างน้อยก็ควรจะต้องตรวจดูสถานที่แห่งนี้ให้ทั่วๆ  ถ้าคุณปู่หรือควินน์ ยังเกอร์อยู่ที่นี่  หรือเคยอยู่ที่นี่  หล่อนก็จะได้รู้ไว้ก่อนที่จะจากไป
    รีแกนไม่สนใจกับความไม่สบายใจและสามัญสำนึกที่ดี  หล่อนเข้าเกียร์รถและเลี้ยวกลับลำบนถนน  มุ่งตรงไปยังสถานีบริการน้ำมันแห่งนั้น
   
    “หล่อนหยุดที่หน้าปั๊มเก่าของเบิร์ต” ปีเตอร์ ‘คิด’ โครโน-โพลัสรายงานในระหว่างที่มองผ่านกล้องส่องทางไกล
    ควินน์เงยหน้าจากใต้ฝากระโปรงรถคามาโร  รุ่นปี 69 ที่จอดอยู่ในโรงนาและยกหลังมือขึ้นปาดเหนือริมฝีปาก “หยุดเรอะ”
    ในบรรดาผู้คนที่ขับรถผ่านเมืองซิสโก  ไม่คราใดก็ครานั้นจะต้องมีใครสักคนขับรถแอบลงข้างทาง  และหยิบแผนที่ออกมากางดูว่าพวกตนขับรถผิดเส้นทางมาถึงนรกแห่งหนไหนกันนี่  มีพวกบ้าอยู่ไม่กี่คนที่เลี้ยวรถเข้ามาในเมืองและหยุด--อย่างมีเหตุผลที่ดี  เพราะนอกจากอาคารเจ็ดหลังที่ยังยืนหยัดอยู่ได้แล้ว  ที่นี่ก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าสภาพของเมืองร้างต้องห้ามเลย  นอกจากโรงปฏิบัติงานและที่พักอาศัยซึ่งทีมเอสดีเอฟสร้างขึ้นในโรงนาเพื่อใช้เป็นเซฟเฮาส์แล้ว  อาคารทุกหลังที่นี่ถูกทิ้งร้างหมด
    “ใช่” สายตาของคิดยังจ้องเขม็งผ่านกล้องส่องทางไกลไปที่สถานีบริการน้ำมัน “และตอนนี้หล่อนกำลังลงจากรถและเข้าไปข้างใน”
    น้ำเสียงของชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่ายังสงบเยือกเย็นและมั่นคง  แต่ควินน์รู้สึกถึงกระแสการเตรียมตัวพร้อมของอีกฝ่ายได้  นักท่องเที่ยวที่หลงทางมาส่วนใหญ่  โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวหลงทางที่เป็นผู้หญิง  จะไม่มีทางเดินเตร่เข้าไปในสถานีบริการน้ำมันของเบิร์ต  ทว่านั่นก็แค่คนส่วนใหญ่เท่านั้น  ไม่ใช่คนทั้งหมด  และควินน์ก็ไม่ใช่คนที่จะด่วนสรุปอะไรง่ายๆ  โดยเฉพาะในเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยตลอดสองสัปดาห์ที่เขากับคิดต้องมาติดแหง็กอยู่ที่นี่  การมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในร้านของเบิร์ตไม่ได้หมายความว่าโชคชะตาของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไป  หรือมีอะไรดีขึ้น  ตามมาตรฐานของเขาแล้วไม่ใช่แน่
    “ถ่ายรูปหล่อนไว้แล้วส่งมาทางคอมพิวเตอร์” เขาบอก  กลับมาให้ความสนใจกับเครื่องยนต์ของคามาโรอีกครั้ง  รถคันนี้แทบจะไม่อยู่ในสภาพดั้งเดิมของมันเลย  เขากำลังเปลี่ยนลูกรอกสายพานตัวเพิ่มกำลัง  เพื่อผลักดันให้เครื่องของมันทะยานได้แรงสุดขีด  คิดขับรถพอร์ชสุดหรู  แต่ควินน์ขอทุ่มเงินกับเจ้าเชฟวี่คันนี้แหละ
    “จัดการให้แล้ว  แต่ผมว่าคุณน่าจะมาดูเองดีกว่า” คิดเตือน
    ควินน์เงยหน้าขึ้นอีกรอบ  มองข้ามเครื่องยนต์ไปที่อดีตนาวิกโยธินหนุ่มวัยยี่สิบสามปี  คิด--ผู้ซึ่งมีเหตุผลมากมายมหาศาลให้ได้รับสมญานามว่า ‘ไอ้หนูจอมป่วน หรือ คิด เคออส’ --เป็นสมาชิกรายใหม่ล่าสุดของเอสดีเอฟ  และเขาก็แสบสุดๆ  นัยน์ตาของเขาผนึกแน่นเหมือนติดกาวอยู่กับกล้องส่องทางไกล  ร่างกายตื่นตัวพร้อมและเกร็งขึ้น  แน่ละ  ไอ้หนูนี่ต้องมาอดอยากปากแห้งอยู่กับควินน์ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน  จึงมีความเป็นไปได้มากว่า  แค่ได้เห็นผู้หญิงสักคน  ผู้หญิงคนไหนก็ได้  พ่อเจ้าประคุณก็น้ำลายสอเสียแล้ว
    หรือบางทีโรเปอร์  โจนส์  ชายที่มีชื่ออยู่บนสุดของรายชื่อผู้เป็นที่ต้องการตัวที่สุดของท่านนายพลแกรนท์  ก็ตามรอยพวกตนมาถึงที่นี่แล้ว
    ควินน์วางกุญแจปากตาย  แล้วยืดตัวขึ้นจากใต้ฝากระโปรงรถ  ลองทดสอบขาซ้ายดูก่อนที่จะทิ้งน้ำหนักลงไปอย่างเต็มที่  แล้วจึงเดินโขยกเขยกข้ามโรงปฏิบัติงานไปเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปซึ่งคิดติดตั้งระบบเชื่อมต่อไปยังกล้องตรวจจับราวๆครึ่งโหลที่มีอยู่ทั่วเมืองซิสโก
    แม้จะหลงใหลในรถยนต์แรงเร็ว  กีฬาหนักๆ  และเรื่องโหดๆทั่วไป  แต่คิดก็เป็นพ่อมดด้านเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ชั้นเซียนคนหนึ่ง--แต่เป็นพ่อมดอิเล็กทรอนิกส์ที่มีเวลาอยู่ในมือมากเกินไปนับแต่พวกตนมาปักหลักในที่รกร้างนี้  รอให้สถานการณ์ร้อนระอุในเดนเวอร์บรรเทาลง  คิดติดตั้งวงจรไฟฟ้าไว้แทบจะทุกตารางนิ้วของเมืองร้างเพื่อตรวจดูความเคลื่อนไหวต่างๆตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง  การได้รับบาดเจ็บจากการทำงานของพวกเขาก่อให้เกิดผลลัพธ์ตามมาที่น่าสนใจสองสามอย่าง  อย่างน้อยมันก็ทำให้คิดคอยดูแลเขาแจเหมือนแม่ไก่ห่วงลูกเจี๊ยบ  และถ้าพักหลังๆนี้ควินน์จะรู้สึกว่าโชคชะตาได้พัดพาเขามาอยู่ในด้านร้ายของวัยสามสิบ  ต้องมาอาศัยอยู่ในโรงนาบ้าๆและอยู่ในสภาพขาเดี้ยง  เฮ้อ  เขาก็โทษใครไม่ได้เลย  นอกจากโทษตัวเอง  ก็เขาเลือกอะไรๆได้แย่มากเองนี่นา--โดยเฉพาะการเลือกที่ย่ำแย่ครั้งหลังสุดในลานจอดรถไฟทางฟากตะวันตกของเดนเวอร์  เมื่อเขาต้องประมือกับโรเปอร์และลูกสมุนของมัน
    ควินน์พิมพ์คำสั่งป้อนเข้าไปสองครั้ง  เริ่มการทำงานของกล้องที่ติดตั้งอยู่ตามอาคารต่างๆ  เมื่อกล้องที่ติดตั้งในสำนักงานของเบิร์ตทำงาน  ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนจอ
    คิ้วเข้มของเขาขมวดมุ่น  นักฆ่าหญิงที่เขาเคยพบเจอล้วนแต่มีเรือนร่างเพรียวแกร่งและกล้ามเนื้อแน่นตึง  และเจ้าหล่อนเคลื่อนไหวเปรียวน่ากลัวเหมือนแม่เสือหิว  แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่เป็นเช่นนั้น  หล่อนเดินเรื่อยเปื่อยเข้ามาในสำนักงานที่เต็มไปด้วยฝุ่นและม้วนต้นทัมเบิลวีด  แล้วชะโงกหน้ามองข้ามเคาน์เตอร์  และมองไปรอบๆห้องซึ่งมีแสงสว่างส่องลงมาเพียงสลัวๆ  หล่อนเดินจนหน้าแข้งไปกระแทกเก้าอี้พังๆตัวหนึ่งอย่างซุ่มซ่าม  แล้วก็สบถออกมาเบาๆ
    มีสีสันดี  ควินน์คิด  ริมฝีปากขยับเป็นรอยยิ้มนิดๆ  เข้าข่ายนักท่องเที่ยวหลงทางอย่างแน่นอนที่สุด  ไม่มีทางที่นักล่าผู้ผ่านการฝึกปรือมาจะสบถด่าเพียงเพราะเดินเซ่อซ่าจนหน้าแข้งกระแทก  และไม่มีนักฆ่าที่ผ่านการฝึกฝนตัวจริงหน้าไหนจะเดินชนเก้าอี้ตั้งแต่แรกเริ่ม  หลังจากลูบหน้าแข้งป้อยๆแล้ว  หญิงสาวก็ออกเดินต่อ  พลางมองไปรอบตัวอย่างสนอกสนใจและระมัดระวัง  แต่ไม่ถึงกับจับจ้องที่ไหนเป็นพิเศษ--และไม่มีอาวุธอยู่ในมือหรือส่วนใดๆที่มองเห็นได้บนร่างกายของหล่อน
    สรุปสั้นๆก็คือหล่อนไม่มีวี่แววว่าจะเป็นเครื่องจักรเพชฌฆาต  ท่าทางของหล่อนเหมือนเป็นครูสอนหนังสือมาดหรูๆมากกว่า  และที่พิลึกก็คือ  สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้จักพวกครูสอนหนังสือมากนัก  เขากลับรู้สึกว่าหล่อนดูคุ้นตาอย่างไรชอบกล
    เรือนผมสีทองน้ำผึ้งรวบเป็นหางม้าอยู่ด้านบนศีรษะ  แต่ทิ้งชายยาวเหมือนเส้นไหมลงมาเคลียแผ่นหลัง  ทำให้หล่อนดูผมยุ่งนิดๆเหมือนเพิ่งลุกมาจากเตียงนอน  หล่อนสวมเสื้อสีม่วงอ่อนเหมือนสีดอกลาเวนเดอร์กับกางเกงยีนส์  เห็นชัดว่าทั้งเสื้อและกางเกงเป็นสินค้าประเภทที่วางขายอยู่ในห้างทั่วไป  และอาภรณ์ทั้งสองชิ้นเผยเรือนร่างอิสตรีที่งดงามไม่ใช่เล่น
    ก็มีอะไรๆให้เจ้าคิดมันตื่นเต้นอยู่หรอก  ควินน์คิด  บางทีอาจจะถึงกับทำให้เขาเองตื่นเต้นได้เหมือนกัน  ถ้าเขาอยู่ในภาวะที่จะตื่นเต้นได้  ซึ่งเขาไม่ใช่  แม่สาวหนึ่งเดียวในซิสโกที่ควินน์สนใจจะป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆคือสาวที่เขาตั้งชื่อว่าเจเน็ตต์  เจ้าหล่อนมีเครื่องแรงสูง 383 แอลทีไออยู่ใต้กระโปรง  สิ่งที่ฉลาดที่สุดที่แม่สาวในสำนักงานของเบิร์ตควรทำก็คือ  กลับขึ้นรถและขับออกไปจากเมืองนี้
    “นายได้รูปนั้นหรือยัง” เขาถามคิดซึ่งย้ายไปอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ในด้านหลังของโรงปฏิบัติงานแล้ว
    “กำลังเปิดดูอยู่ครับ  กัปตัน”
    ควินน์ไม่ถือสาเรื่องยศตำแหน่ง  แม้เขาไม่ได้เป็นเรืออากาศเอกมาตั้งแต่จรวดขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานสอยเขากับเครื่องเอฟ-16 ที่ขับอยู่ร่วงลงทางตอนเหนือของอิรัก  ทว่าเขาก็เคยเป็นเรืออากาศเอกคนหนึ่งของกองทัพอากาศสหรัฐฯมานมนานกาเลกว่าการที่เขาต้องมาง่อยเปลี้ยเสียขาอยู่ในซิสโก
    สองสัปดาห์  เวรจริงๆ
    ดีแลน ฮาร์ท  เจ้านายของเขาที่เอสดีเอฟ  คงไม่คิดจะให้เขากบดานอยู่ชั่วนิรันดร์หรอกนะ  ควินน์หมดเวลาไปกับการนั่งๆนอนๆฟังเสียงลมพัดโกรกผ่านเมืองหลังเขาไกลสุดโลกแห่งนี้--โรเปอร์  โจนส์ยังอยู่ข้างนอกนั่น  และควินน์ก็อยากจะออกไปอยู่ที่นั่นด้วย  เขาจำเป็นต้องกลับเข้าไปในเกมอีกครั้ง
    ชายหนุ่มขยับหมุนบริหารไหล่  มันกำลังจะหายดีแล้ว  ขาของเขาก็ทำงานได้เกือบครึ่งแล้ว  และในบัญชีทวงแค้นของเขามีชื่อโรเปอร์ โจนส์เขียนไว้เต็มไปหมด
    บนจอภาพ  ผู้หญิงคนนั้นหยิบปึกเอกสารที่มีฝุ่นจับขึ้นมาและไล่ดูมันทุกหน้า  ทำให้เขาได้เห็นดวงหน้าของหล่อนชัดขึ้น  หล่อนมีเครื่องหน้าที่งดงาม  มีรอยกระจางๆพาดอยู่เหนือสันจมูก  หล่อนดูน่ารักแบบเก๋ๆ  ไม่ใช่สวยหรูเลิศ  แต่น่ารักน่าเอ็นดู  คิ้วของหล่อนเป็นสีเข้มจนตัดกับสีผมอย่างน่าประหลาด  รูปคางมีเหลี่ยมมุมอ่อนช้อย  แต่ก็บ่งบอกชัดถึงความเป็นคนเด็ดเดี่ยว  ดวงตาของหล่อนสุกใส  ยากที่จะระบุสีเมื่ออยู่บนจอภาพ  ดูเป็นสาวอเมริกันเต็มตัว  ริมฝีปากอิ่มตึง  เย้ายวนชวนใจ  และเคลือบบางๆด้วยลิปสติกสีแดงเหมือนลูกพลัม
    โอเค  หล่อนดูดี  ดีมากๆ
    ดูดีไปทั้งเนื้อทั้งตัว
    “ไม่ใช่อาชญากรซึ่งเป็นที่รู้จักกันหรอก” คิดเอ่ยมาจากด้านหลังของโรงปฏิบัติงาน
    ควินน์พยักหน้ารับเฉยๆ  เขาก็คงจะแปลกใจเป็นบ้าถ้ารูปภาพของผู้หญิงคนนี้ไปตรงกับหนึ่งในอาชญากรซึ่งเป็นที่รู้จักกัน  โดยเฉพาะพวกตัวร้ายทั้งหลายที่อยู่ในแฟ้มข้อมูลปัจจุบันของคิด 
    “ลองข้อมูลของทางการซิ” เขาบอก  รู้ว่ามันก็คงไม่ได้เรื่องอีกนั่นแหละ  ทั้งที่รู้สึกว่าคุ้นหน้าเจ้าหล่อนอย่างบอกไม่ถูก  แต่โอกาสที่ผู้หญิงในปั๊มของเบิร์ตจะอยู่ในบัญชีดำของหน่วยงานรัฐบาลมีต่ำมาก  และแน่ใจได้เป็นบ้าเลยว่าหล่อนต้องไม่ใช่คนของเอสดีเอฟ  ซึ่งเป็นกองกำลังป้องกันพิเศษอย่างไม่เป็นทางการสุดๆที่เขากับคิดทำงานอยู่  เพราะท่านนายพลแกรนท์  นายพลสองดาวผู้รวมพวกเขาเข้าด้วยกัน  จะไม่มีวันจ้างผู้หญิงมาออกงานภาคสนาม
    “กำลังดำเนินการ” คิดยืนยันมา
    ควินน์เฝ้ามองผู้หญิงคนนั้นไม่วางตา  ให้ตายสิวะ  ชายหนุ่มข้องใจ  เขาเคยเห็นหล่อนที่ไหนนะ  เขาไม่เคยลืมหน้าใครต่อใคร  เขาไม่กล้าลืม  และเขารู้จักหล่อน
    หรือเคยรู้จักหล่อน
    “ไอ้ลูกหมาเอ๊ย” คิดสบถสาบานอยู่ข้างหลังเขา  แสดงอารมณ์ออกมาในวลีสั้นๆไม่กี่คำนั้นมากกว่าที่เขาเคยแสดงออกตลอดสองสัปดาห์ที่พวกตนมาตั้งค่ายอยู่ในเมืองร้างแห่งนี้เสียอีก
    “นายจับคู่ได้แล้วเรอะ”
    “เปล่า  แต่ดูเหมือนเราจะมีเพื่อนเพิ่ม” คิดพูดพลางก้าวปราดไปที่กล้องส่องทางไกล
    ควินน์มองผ่านหน้าต่างกระจกบานที่อยู่ไกลออกไปและเห็นสิ่งที่คิดเห็นก่อนหน้านี้  รถเอสยูวีสีน้ำเงินแล่นพ้นเนินบนสุดของถนนไฮเวย์ลงมา--และกำลังแล่นช้าๆลงมา  ตรงลงมา
    “ผู้ชายสองคน  ไม่เห็นอาวุธ  แต่ดูหน้าตาบอกบุญไม่รับ”   คิดรายงานมาจากหน้ากล้องส่องทางไกล  ควินน์เห็นเขากวาดกล้องไปตามแนวเส้นขอบฟ้าทั้งซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว  แล้วจึงวกกลับมาที่รถเอสยูวีคันนั้นอีกครั้ง “พวกเขากำลังตรวจสอบรถฟอร์ดของผู้หญิงคนนั้น...และ...พวกเขา...  นรก  พวกเขากำลังมุ่งออกไปจากซิสโก  คุณคิดว่าไง”
    “เป็นเรื่องบังเอิญรึไง  หรือว่าจู่ๆซิสโกก็กลายเป็นเมืองสุดฮิตติดระเบิดขึ้นมา” ควินน์โขยกเขยกกลับไปที่รถคามาโรและหยิบปืนพกเบอเร็ตต้า 9 มม. ที่เก็บไว้ใกล้มือตลอดเวลาขึ้นมา
    “อาจจะ” คิดออกความเห็นสั้นๆขณะที่ตรวจดูปืนยาวคู่ใจว่าบรรจุกระสุนหรือยัง  มันเป็นปืนล่าสังหารเอ็ม 40 ที่มี ‘ความแม่นยำ’ สูง
    ควินน์กับคิดไม่ได้ถูกสอนมาให้เสี่ยงวัดดวง  ไม่ใช่วันนี้  ก้มหัวพวกนายให้ต่ำๆเอาไว้และอย่าไปโดนยิงก้นเข้าล่ะ  นั่นแหละคำสั่งของดีแลนละ  ถ้าเป็นเมื่อสองสัปดาห์ก่อนตอนที่ร่างกายเขาสะบักสะบอม  ควินน์ก็คงเต็มใจจะปฏิบัติตามคำสั่งนั้นอยู่หรอก  แต่ตอนนี้เขาเคลื่อนไหวได้แล้ว  ตัดไหมที่เย็บแผลออกแล้ว  และพร้อมที่จะกลับไปทำภารกิจโค่นโรเปอร์  โจนส์ต่อ  ถ้าเจ้าพวกหน้าตาไม่รับแขกที่อยู่ในรถขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจละก็  ยอดไปเลย  เพียงแต่เขาจะต้องพาแม่นักท่องเที่ยวตัวน้อยออกไปให้พ้นทางเสียก่อน
    บ้าฉิบ  ถ้าหล่อนเป็นพลเมืองที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่กำลังมองหาเมืองร้าง  ภายในห้านาทีข้างหน้านี้  หล่อนคงอยากให้ตัวเองขับรถผ่านสถานีบริการน้ำมันเก่าๆของเบิร์ตและเมืองซิสโกไปมากกว่า  สิ่งที่เขาไม่อยากนึกถึงก็คือความรู้สึกแปลกๆว่าคุ้นหน้าและความเป็นไปได้ที่ว่าหล่อนกำลังตามหาเขาอยู่--แม้พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะตามรอยเขามาถึงซิสโกได้อย่างไร  หรือเพราะเหตุใด
    “โทร.ไปเดนเวอร์” เขาบอกคิด “บอกพวกเขาว่าเรามีเพื่อนซะแล้ว  ฉันจะไปเอาตัวผู้หญิงคนนั้น”
    “ไม่” คิดแย้งอย่างหนักแน่น  รีบเดินอ้อมโต๊ะทำงานที่อยู่ด้านหลังออกมา “ผมจะไปเอาตัวผู้หญิงคนนั้นเอง  คุณ...  อ่า  น่าจะเป็นคนไปโทรศัพท์”
    ควินน์หรี่ตาใส่ชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าและพอใจที่เห็นอีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อย  เพราะมันต้องใช้อะไรๆมากทีเดียวถึงจะทำให้คนอย่างไอ้หนูจอมป่วนสะดุ้งได้
    “ที่ผมหมายถึงก็คือ  ดีแลนจะได้ฟัง...เอ้อ...รายละเอียดของปฏิบัติการจากคุณ...ผมมั่นใจ” น้ำเสียงของคิดไม่ได้ทำให้ควินน์รู้สึกเลยว่าเขามั่นใจ
    “ดีแลนอยู่ในวอชิงตัน  ดี.ซี.  และเรายังไม่ได้มีปฏิบัติการ”   ควินน์อธิบาย “ตอนนี้สกีตเตอร์คุมฐานอยู่ที่ศูนย์บัญชาการ”
    “เอ้อ  งั้นก็  แล้วแต่คุณเถอะ” คิดยังคงเดินไปที่ประตู  แต่ก็ก้าวช้าลงๆจนในที่สุดก็หยุดภายใต้สายตาแน่วแน่ไม่หวั่นไหวของควินน์
    ควินน์รู้ระยะห่างระหว่างโรงปฏิบัติงานกับปั๊มน้ำมันดี  หนึ่งร้อยหลา “ฉันจัดการได้น่า”
    คิดทำหน้าไม่ค่อยเชื่อนัก “หล่อนอาจจะเป็นนกต่อก็ได้  โรเปอร์ โจนส์จะไม่รามือหรอก  ควินน์  จนกว่าคุณจะตายหรือไม่ก็ฮอว์กินส์จัดการเขาซะ”
    “โรเปอร์  โจนส์ไม่ได้มาเดินสะดุดโน่นสะดุดนี่ในปั๊มของเบิร์ตสักหน่อย  แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งต่างหาก  และฉันแน่ใจเป็นบ้าว่าเราควรจะหาคำตอบให้ได้ว่าทำไม”
    ในที่สุดคิดก็ยอมคล้อยตาม  โดยพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจนัก
    ควินน์หันไปทางประตู  เหน็บปืนเบอเร็ตต้าไว้ที่ขอบเอวกางเกงยีนส์และให้ชายเสื้อบังไว้  นรก  เขาไม่ช่วยให้การทำหน้าที่เป็นองครักษ์ของคิดง่ายขึ้นเลย
    องครักษ์รึ  พระเจ้าช่วย  เขาเป็นองครักษ์พิทักษ์ตัวเองมาโดยตลอด  และทำได้ดีมากด้วย--จนกระทั่งเมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่ลานจอดรถไฟฝั่งตะวันตก
    ความทรงจำนั้นทำให้ควินน์ชะงักทันควัน
    โอเค  เขายอมรับ  การปะทะกับพวกโรเปอร์  โจนส์เลวร้ายมาก  เลวร้ายจริงๆ  และฮอว์กินส์ต้องลากตัวเขาออกมาจากก้นซอยนั่น  ลากจริงๆ  ตรงตามตัวอักษรเลย  แต่คืนนั้นพวกเขาก็ได้ของที่ตามล่ามานาน  แถมตอนนี้เขาก็หายดีแล้ว  พร้อมที่จะกลับไปอยู่ในเกมต่อ  พร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อม
    เขาเหลือบมองจอคอมพิวเตอร์แวบหนึ่งระหว่างที่เดินผ่าน  ลิปสติกสีแดงลูกพลัม  เสื้อสีม่วงลาเวนเดอร์  ผมหางม้าสีทองน้ำผึ้ง
    นรกชัดๆ  เจ้าหล่อนไม่มีหน้าตาท่าทางว่าพร้อมจะเข้ามาในเกมเลย  หล่อนไม่มีท่าทางเหมือนคนเคยได้ยินเรื่องของเกมนี้ด้วยซ้ำ  ทว่าจะพร้อมหรือไม่พร้อม  เจ้าหล่อนก็กำลังจะได้ลิ้มรสชาติคำแรกของมันแล้วละ

 

    บทที่ 2
   
    รีแกนลงความเห็นว่าหล่อนทำผิดพลาดที่มาที่นี่  และเสียเวลากับมันไปมากทีเดียว  ไม่มีวี่แววใดๆว่าคุณปู่เคยอยู่ในซิสโก  หากควินน์ ยังเกอร์เคยอยู่ที่นี่จริง  ก็ดูเหมือนว่าเขาคงจากไปนานแล้วเหมือนกัน
    หล่อนไม่พบอะไรในสำนักงานแห่งนี้  นอกจากฝุ่น  แมงมุม  กระป๋องน้ำมันเครื่องเก่าๆ  และใบเสร็จรับเงินเป็นตั้ง
    หญิงสาวปัดปอยผมพ้นจากนัยน์ตา  มองผ่านหน้าต่างแตกๆบานใกล้ที่สุดไปยังอีกอาคารหนึ่งแล้วถอนหายใจ  ไหนๆก็มาไกลถึงขนาดนี้แล้ว  หล่อนจะต้องตามหาพวกเขาต่อไป  และจะไม่มีวันหยุดพักสบายๆได้เลย  ถ้าไม่ทำเช่นนั้น
    ตอนนี้ยิ่งพักไม่ได้ใหญ่  เข้ามาลุยฝุ่นอยู่ในนี้แล้วนี่  ก่อนหน้าที่รีแกนจะพบถ้อยคำปริศนาในปฏิทินบนโต๊ะทำงานของคุณปู่เมื่อคืนวานนั้น  หล่อนใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ  เป็นชีวิตที่รับรองได้เลยว่าหล่อนจะไม่มีวันพบตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้  คือต้องหัวเดียวกระเทียมลีบอยู่ในเมืองร้างที่ไหนสักแห่ง  กำลังเสาะหาผู้ชายคนที่หล่อนอาจจะต้องการตัวหรือไม่ก็ยังไม่รู้  งานของหล่อนที่ห้องปฏิบัติการว่าด้วยสิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์ในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์เดนเวอร์คือทุกสิ่งทุกอย่างที่รีแกน แมคคินนีย์ต้องการ  อาชีพของหล่อนในฐานะผู้เชี่ยวชาญเหมาะสมดีแล้วกับความสงบเงียบและการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด  การตระเวนไปผจญภัยในป่าดงพงพีทั่วโลกเป็นแนวคิดในการดำรงชีวิตของบิดามารดาหล่อน  และมันยังทำให้พวกท่านต้องจากไปก่อนเวลาอันควรมากด้วย  รีแกนจึงไม่อยากจะข้องแวะกับมัน
    อย่างน้อยหล่อนก็คงไม่ต้องผจญกับมัน  ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่เกิดหายตัวไป--หรือเตร็ดเตร่ไปไหนก็ไม่รู้  มีมากกว่าหนึ่งครั้งในช่วงสองสัปดาห์หลังนี้ที่รีแกนสงสัยว่าแท้จริงแล้วไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลยหรือเปล่า  ปู่ของหล่อนแก่ชราลงมากในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา  แก่มากจริงๆ  ร่างกายก็บอบบางลงจนหล่อนแทบนึกถึงนักล่าโครงกระดูกไดโนเสาร์ผู้แข็งแรงและนักปาฐกถาเสียงดังฟังชัดในตัวคุณปู่ของหล่อนไม่ออก  สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความหมกมุ่นอย่างรักใคร่ใหลหลงอาจกำลังกลายเป็นบางสิ่งที่หนักกว่านั้น  กลายเป็นสิ่งที่หล่อนไม่อยากจะนึกถึงให้มากนัก
    หล่อนเจอเครื่องชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ของปู่อยู่ในห้องนอนเขา  ซึ่งอธิบายว่าเหตุไฉนหล่อนจึงติดต่อเขาทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่ได้เลย  คำตอบที่ได้รับหลังจากรีแกนโทรศัพท์ไปยังทุกแห่งหนที่คิดว่าปู่น่าจะพักค้างคืน  มีแต่จะยิ่งเป็นการยืนยันความหวั่นใจที่เลวร้ายที่สุดของหล่อนว่า  เขาหายสาบสูญไปแล้ว
    หล่อนต้องหาเขาให้เจอ  เขาเป็นคนเลี้ยงดูหล่อนกับนิกกี้  น้องสาวตัวน้อย  หลังจากที่พ่อแม่ของพวกหล่อนเสียชีวิต  พวกตนสามคนเป็นครอบครัวเดียวกัน  และรีแกนกลัวว่า  ถ้าหล่อนหาเขาไม่เจอ  ก็คงไม่มีใครหาเจอเช่นกัน
    เสียงรถยนต์ที่แล่นเข้ามาทำให้หญิงสาวหันไปมอง  รถเอสยูวีสีน้ำเงินแล่นผ่านหน้าต่างบานใหญ่หน้าปั๊มน้ำมันไปทางตะวันตก  จากแผนที่ของหล่อน  ถนนผ่านซิสโกจะเลี้ยวไปสู่เส้นทางชมวิวเลียบแม่น้ำโคโลราโด  ในวันที่เทอร์โมมิเตอร์เขยิบขึ้นสูงกว่าหนึ่งร้อยองศาฟาเรนไฮต์ในเดือนมิถุนายนอย่างนี้  หล่อนคิดว่าแม่น้ำเป็นที่ที่น่าไปที่สุดในยูทาห์
    รีแกนเตือนตัวเองให้กลับมาที่เรื่องตรงหน้า  หล่อนออกจากปั๊มน้ำมัน  เดินออกทางประตูหลังที่เป็นแบบเปิดครึ่งบาน  และตัดข้ามลานขรุขระไปที่กระท่อมที่อยู่ใกล้ที่สุด  แค่มองเข้าไปข้างในปราดเดียวก็ยืนยันข้อสงสัยของหล่อนได้แล้วว่าควินน์ ยังเกอร์ไม่ได้อยู่ในกระต๊อบสองห้องในซิสโก
    ไล่ตามห่านป่าชัดๆ  หญิงสาวคิดพลางหมุนตัวจะจากไป  นี่แหละสิ่งที่หล่อนกำลังทำอยู่  หล่อนเที่ยวออกตามหาอย่างไร้ประโยชน์  และยังมีอาคารอีกห้าหลังที่จะต้องเข้าไปดู  และไม่มีอะไรอยู่ในเมืองทุเรศทุรังนี้เลย
    คิดผิดคิดใหม่เถอะ  หล่อนบอกตัวเอง  ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวออกจากประตูกระท่อม  รถเอสยูวีสีน้ำเงินแล่นกลับมาอีกรอบ  และโฉบเข้ามาที่หน้าปั๊มน้ำมัน  ก่อนจะขับเลี้ยวลับมุมตึกไป  หล่อนเห็นผู้ชายสองคนที่อยู่ในรถ  ทันใดนั้นรีแกนก็นึกเสียดายที่ไม่ได้จอดรถไว้ที่อื่น--อย่างเช่นในแอริโซนา  เสียงกระแทกประตูรถหลายครั้งทำให้หัวใจหล่อนเต้นแรง  และนึกสงสัยว่าสถานการณ์ของหล่อนอาจหมิ่นเหม่ต่ออันตรายเพียงใด
    หญิงสาวขยับตัวลึกเข้ามาในเงาของห้องที่เก่าพัง  แล้วตัวก็แข็งทื่อไปในทันใด
    แม้จะไร้สุ้มเสียง  ไม่มีสัญญาณเตือน  แต่หล่อนก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ได้อยู่ตามลำพังอีกต่อไปแล้ว
    ความจริงดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ชัดอย่างรวดเร็ว  เมื่อท่อนแขนแข็งเหมือนเหล็กกล้ารัดฉับเข้าที่รอบเอว  พร้อมๆกับที่มือทรงพลังตะปบลงมาบนปาก  และก่อนที่หล่อนจะเตะ  หรือกรีดร้อง  หรือแม้แต่ซึมซาบกับความตื่นตระหนกของตัวเอง  เขาผู้นั้นก็ดันร่างหล่อนไปชิดผนังกระท่อม--กดอย่างแรง  ใช้ตัวของเขาบดเบียดลงมาบนแผ่นหลังหล่อนเต็มที่  ทำให้หล่อนกระดิกตัวไม่ได้
    สารอะดรีนาลีนหลั่งออกมาสู่เส้นเลือดของรีแกนเหมือนการทะลักทลายของสายน้ำแห่งความหวาดกลัวที่เย็นยะเยือก
    “ผมจะไม่ทำร้ายคุณ  แต่ผมรับรองแทนผู้ชายสองคนที่อยู่ในรถนั่นไม่ได้” เสียงของเขาเบานุ่มทว่าห้าวกระด้าง  แถมยังอยู่ใกล้ใบหูของหล่อนเหลือเกิน  ลมหายใจเขาเป่ารดลงบนผิวของหล่อนในขณะที่พูด “เราจะอยู่อย่างนี้กันไปสักพัก  เงียบที่สุดจนกว่าพวกนั้นจะจากไป  เข้าใจมั้ย”
    หล่อนได้แต่พยักหน้ารับอย่างเสียขวัญ
    “ดี  ค่อยๆสูดหายใจ  แล้วบอกผมว่าคุณล็อกรถหรือเปล่าก่อนที่จะเข้ามาในปั๊มน้ำมัน”
    หล่อนต้องนิ่งคิดอยู่วินาทีหนึ่ง  แล้วจึงพยักหน้า  ใช่  หล่อนล็อกประตูรถแล้ว  มันเป็นนิสัยระแวดระวังที่มีอยู่ติดตัวสาวชาวเมืองอย่างหล่อน 
    “คุณหลงทางหรือเปล่า  มาหยุดที่นี่ทำไม”
    หล่อนสับสนอยู่ในใจอีกชั่ววินาทีว่าจะตอบอย่างไรดี  แล้วจึงส่ายหน้าปฏิเสธ  บอกเขาไปตามความจริงว่าหล่อนไม่ได้หลงทาง  แม้หล่อนกำลังกลัวแทบตาย  แต่ไม่ได้หลงทางมา
    “งั้นผมเดาว่านั่นจะนำเราไปสู่คำถามที่ชัดเจนอยู่แล้ว” เขาพูดเสียงแผ่วลงกว่าเดิมมาก  จนหล่อนต้องเงี่ยหูฟังจึงจะได้ยิน  ต้องเพ่งความสนใจไปที่เขา  เพ่งอยู่ที่ลมหายใจของเขา  และบังคับให้ลมหายใจของตัวเองช้าลงด้วย
    แต่หล่อนทำไม่ได้  ตราบเท่าที่หัวใจของหล่อนยังเต้นระทึก  ช่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับแรงเต้นหัวใจที่เนิบช้าและสม่ำเสมอของเขา  หล่อนรู้สึกถึงแรงเต้นที่เบียดแนบอยู่กับแผ่นหลังได้  หล่อนตกใจกลัว  แต่เขาไม่เลย  เขาสงบเยือกเย็น  หายใจเป็นปกติ  กอดตัวหล่อนไว้  แต่--รีแกนเพิ่งตระหนักได้ว่า--เขาไม่ได้บดหล่อนเข้ากับผนัง  ไม่ทำให้หล่อนเจ็บ  สิ่งที่เขากำลังทำอยู่มันทรงประสิทธิภาพมาก  และทำให้การเข้าอบรมศิลปะป้องกันตัวของหล่อนกลายเป็นของเด็กเล่นไปเลย  เขาตรึงหล่อนไว้ได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งวินาทีเท่านั้น  รีแกนรู้สึกถึงการถูกโอบล้อมจนหมดสภาพอยู่ระหว่างร่างกายของเขากับฝาผนัง  รู้สึกได้ถึงความสากของพื้นผิวไม้กระดานและหัวตะปูที่ยื่นออกมา  มีใยแมงมุมแปะแผ่บางๆทาบอยู่กับใบหน้าหล่อนด้วย  และหล่อนต้องคอยกะพริบตาอยู่เรื่อยๆไม่ให้ฝุ่นผงและใยแมงมุมเข้าตา
    ในที่สุดหลังจากผ่านไปนานเหมือนชั่วนิรันดร์  เขาก็ถามคำถามนั้นออกมา
    “คุณมาที่นี่เพื่อตามหาผมใช่มั้ย”
    เขาคลายมือออกจากปากของรีแกนเล็กน้อย  ทำให้หล่อนพอจะหันหน้าไปมองเขาได้  เขาอยู่ใกล้ชิดมาก  และหล่อนก็กลัวมาก  รีแกนต้องใช้เวลาราวสองวินาทีเพื่อที่จะเพ่งมองใบหน้าของเขา  เมื่อมองเห็นแล้ว  หล่อนก็พยักหน้าช้าๆ  ใช่  หล่อนบากบั่นมาไกลถึงซิสโกในยูทาห์  และต้องมาเจอเรื่องน่าตกใจแทบตายก็เพราะหล่อนจะมาตามหาเขานี่แหละ  ไม่มีทางที่หล่อนจะจำเขาผิดเป็นคนอื่นไปได้เลย  นัยน์ตาของเขาเป็นสีเขียวเข้มและลึกล้ำอยู่ใต้แพขนตาสีดำหนาและคิ้วเข้มเหยียดตรง  ผมเขายาวกว่าตอนที่ถ่ายรูปขึ้นหน้าปกนิตยสารนิวส์วีคฉบับที่คุณปู่มีเก็บไว้ที่บ้าน  เส้นสายบนใบหน้าเขาคมลึกกว่าที่เคยเห็นเพราะวันเดือนปีที่ผันผ่าน  แต่ใช่แล้ว  นี่แหละควินน์ ยังเกอร์  และถ้าคุณปู่เคยคิดว่าเขาคือเด็กนอกกฎหมายตัวร้ายเมื่อสมัยที่เขาอายุสิบหกปี  หล่อนอยากให้ปู่ได้มาเห็นเขาตอนนี้จัง
    “คุณชื่ออะไร” เขาถาม  ขยับมือออกจากปากหล่อนช้าๆ  มีรอยแผลเป็นเล็กๆพาดอยู่ที่แก้มเขา  เห็นเป็นรอยสีชมพูจางอยู่บนผิวสีน้ำตาลเข้ม  บอกให้รู้ว่าเขาได้แผลนี้มาเมื่อไม่นานมานี้  เรือนผมเขาสีดำสนิทราวกับราตรีเที่ยงคืน  ปลายผมเป็นสีทองจางๆประปรายราวกับมีละอองทรายประพรมอยู่  ร่างกายของเขาอบอุ่น  และแกร่งมากเมื่อทาบเบียดอยู่กับตัวหล่อน  และถ้าเข้าใจไม่ผิดละก็  หล่อนรู้สึกว่าเจ้าแท่งแข็งๆเย็นๆที่กดอยู่ตรงปลายกระดูกสันหลังของหล่อนคือปืน  กว่าจะรับรู้ถึงมันได้หล่อนก็ต้องใช้เวลาอีกสองสามวินาที  และบัดนี้รีแกนแน่ใจแล้วว่า  ควินน์ ยังเกอร์มีอาวุธ
    “รีแกน แมคคินนีย์” หล่อนเอ่ยเสียงพร่า  ปากคอแห้งผาก “วิลสัน  แมคคินนีย์เป็นปู่ของฉัน”
    คิ้วเข้มที่เลิกสูงขึ้นเล็กน้อยบอกให้หล่อนรู้ว่าเขาจำชื่อนั้นได้  สายตาคมกริบเลื่อนไปทั่วใบหน้าหล่อนช้าๆและอ้อยอิ่งอยู่ที่ปากของหล่อนนานหน่อย  ทำให้หล่อนชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาจำหล่อนได้หรือเปล่า  หล่อนคิดว่าไม่น่าจะจำได้หลังจากผ่านมานานหลายปีเต็มที  ทั้งสองเคยพบกันเพียงชั่วครู่เดียว  แค่ชั่วไม่กี่วินาทีแห่งความอับอายแทบขาดใจสำหรับเด็กสาวอายุสิบห้าปี  และตอนนั้นเขาก็ไม่ค่อยจะได้มองใบหน้าของหล่อนเสียด้วยสิ
    รอยยิ้มนิดๆผุดขึ้นบนริมฝีปากเขาแล้วร่างกายที่กดแน่นลงมาก็ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
    “อย่าขยับ”
    หล่อนพยักหน้าอีกครั้ง  ไม่ไปไหนหรอกน่า  เขามีปืนและก็ค่อนข้างจะน่ากลัวด้วย  แล้วยังวิธีที่เขาย่องเข้ามาเล่นงานหล่อนแบบนั้น  หรือเขาจะรู้อะไรเกี่ยวกับพวกผู้ชายในรถเอสยูวีที่หล่อนไม่รู้  ไม่ว่าคำอธิบายแบบไหนก็น่ากลัวพอที่จะทำให้กล้ามเนื้อทุกเส้นสายในตัวหล่อนแข็งทื่อได้
    แต่  พระเจ้าทรงโปรด  หล่อนพบเขาแล้ว  หล่อนพบควินน์ ยังเกอร์จนได้  หล่อนไม่คาดคิดเลย  จริงๆนะ
    เขาตวัดสายตาไปที่ประตูซึ่งเปิดกว้างอยู่  แต่หล่อนยังเอาแต่จ้องมองเขา  เขาเปลี่ยนไปจากภาพนายทหารหนุ่มในโปสเตอร์ของกองทัพอากาศที่หล่อนเคยเห็นตามหน้านิตยสารหรือเอกสารต่างๆของทางการมากทีเดียว  ทว่าโครงหน้างดงามแบบคลาสสิกที่ทำให้เขาได้ลงในนิตยสารพีเพิล  ฉบับที่ตีพิมพ์ห้าสิบบุคคลที่งดงามที่สุดในปีที่เขาได้รับการช่วยเหลือออกมาจากอิรัก  ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป  เขายังคมสันสง่างามมาก  แต่มีความงดงามแบบเถื่อนๆมากขึ้น  โดยเฉพาะเมื่อเขามีรอยแผลเป็นอยู่บนโหนกแก้มแบบนี้  หล่อนเป็นคนแรกที่ยอมรับว่า  ภาพของเขาที่หล่อนคลั่งไคล้จนต้องเอาไปให้เพื่อนๆดู  และเอาไปแปะไว้บนฝาตู้เสื้อผ้าในห้องนอน  คือภาพจากหน้า 72 ของนิตยสารบันเทิงฉบับนั้น  ไม่ใช่ภาพขึ้นหน้าปกนิวส์วีคที่คุณปู่ของหล่อนภูมิใจนำเสนอเป็นนักเป็นหนา  แต่หล่อนก็ต้องยอมรับด้วยว่าแม้เครื่องหน้าโดยพื้นฐานของเขาไม่เปลี่ยนแปลง  แต่มันก็ยากที่จะนำภาพชายหนุ่มสุดเซ็กซี่ที่เป็นรูปอยู่ในนิตยสารพีเพิล--หนุ่มคนที่มีริมฝีปากยิ้มเยื้อนอย่างเย้ายวนใจ  ใส่เสื้อเชิ้ตเครื่องแบบไม่กลัดกระดุม  และนุ่งกางเกงเกาะหมิ่นๆอยู่ตรงสะโพก  แถมยังไม่รูดซิปให้ชวนวาบหวิว--มาเปรียบกับผู้ชายที่เยือกเย็นจนน่ากลัวที่ใช้ร่างกดตรึงตัวหล่อนไว้และมองเขม็งไปที่ด้านหลังของปั๊มน้ำมันอย่างดุดันเหมือนเหยี่ยว
    นักโทษเยาวชนผู้ประกอบอาชญากรรมหนักมหันต์--นั่นคือสิ่งที่ควินน์ ยังเกอร์เคยเป็นก่อนจะถูกส่งตัวมาให้วิลสันดูแลในฤดูร้อนหนึ่งซึ่งผ่านมาเนิ่นนานแล้ว  เขาต้องอยู่กับวิลสันสามเดือนเพื่อทำงานรับใช้สังคมให้ครบถ้วนตามข้อผูกมัด  เขาเป็นจอมฉกรถวัยกระเตาะที่ชำนาญการต่อสายไฟเพื่อติดเครื่องยนต์รถภายในเวลาหกสิบวินาที  เร็วกว่าเวลาที่หมึกประทับบนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของเขาจะแห้งสนิทเสียอีก
    มีเสียงอะไรโครมครามอยู่ข้างนอก  ทำให้รีแกนหันหน้าไปดู  ผู้ชายคนหนึ่งสบถ  และควินน์ ยังเกอร์เกร็งร่างขึ้น  แล้วชักปืนออกมาจากขอบเอว
    “ถ้ามันชักไม่ชอบมาพากล  ให้วิ่งจี๋ไปที่โรงนาเลย” เขาโน้มตัวมากระซิบข้างหูหล่อน “ขับรถคามาโรออกไปเลย  กุญแจอยู่ในรถ  ระวังหน่อยเวลาเข้าเกียร์  เกียร์หนึ่งเป็นของหลอก  และอย่ายุ่งกับเกียร์หก  เกียร์หกมันจะพาคุณเหาะไปเลยละ”
    หัวใจที่แรงรัวอยู่แล้วของรีแกนไม่เต้นช้าลงแม้แต่นิดเดียวเมื่อได้ยินคำพูดของเขา  หรือเมื่อเห็นเขาชักอาวุธขึ้นมา  เกียร์หกเรอะ  หล่อนไม่เคยได้ยินเลยว่ารถมีเกียร์หก
    “แล้วอะไรเหรอที่จะไม่ชอบมาพากล” หล่อนกระซิบถามอย่างหวั่นๆ  เลื่อนสายตาจากใบหน้าเขาลงไปที่ปืน  และหวนกลับขึ้นมามองหน้าเขาใหม่  คุณพระช่วย
    เขาปรายตามองหล่อนเป็นเชิงถาม “ผมนึกว่าคุณจะบอกผมเสียอีก  คุณเป็นคนที่พวกนั้นมันตามอยู่นี่”
    ตามหรือ
    “ฉันเนี่ยนะ” หล่อนไม่ได้ถูกตามสักหน่อย “ใครมันจะมาตามฉันทำไม”
    “อาจจะมองหาสิ่งเดียวกับที่คุณมองหาอยู่มั้ง” น้ำเสียงของเขาเข้ากันกับสายตาที่เยือกเย็นและประเมินมองอย่างสุดๆ
    รีแกนกลืนน้ำลาย  เขาคือตัวปัญหา  หล่อนมาเสาะหาปัญหา  และก็ได้พบมัน
    ให้ตายสิ
    สีหน้าเคร่งขรึมของเขาทำให้หล่อนค่อยๆหันศีรษะกลับไปช้าๆ  พอมองผ่านรอยแตกบนผนังกระท่อม  หล่อนก็ได้เห็นมากพอที่จะทำให้หัวใจหล่นวูบ
    ผู้ชายสองคนนั้นเข้ามาในปั๊มน้ำมัน  เดินลึกเข้ามาเรื่อยๆ  เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบอยู่ในร่มเงาภายในอาคารร้างนั้น
    กล้ามเนื้อทุกเส้นสายในตัวควินน์เขม็งเกลียวขึ้น  เตรียมพร้อมเต็มที่  เขาขยับอาวุธในมือและเล็งไปที่ผู้ชายคนแรก  รีแกนรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที
    คุณพระคุณเจ้าเอ๋ย  สิ่งสุดท้ายที่หล่อนอยากจะเห็นคือใครสักคนถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา  เสียงสะอื้นตีตื้นขึ้นมาในลำคอ  เสียงเบาๆนั้นยังดังพอที่จะทำให้ชายทั้งสองชะงักทันที  หล่อนเองก็ตัวแข็งทื่อไปเหมือนกัน  และที่เบื้องหลังของหล่อน  ควินน์โน้มตัวชิดเข้ามาอีก  มือข้างที่ว่างเลื่อนมาปิดปากหล่อนอีกครั้ง  สมาธิของเขาเพ่งไปที่ชายทั้งสองจนหมดสิ้น  ผู้ชายคนแรกมีผมสีทองเกือบขาว  ร่างกายฟิตเปรี๊ยะแบบนักกีฬา  ชายอีกคนผมสีเข้ม  อายุมากกว่าและตัวหนากว่า  เขาดูเหนื่อยล้าและอารมณ์เสีย  ทั้งสองคนต่างก็ถือปืนมาทั้งคู่
    รีแกนรู้สึกว่ามีเหงื่อไหลลงมาตามด้านข้างของใบหน้า  และหัวเข่าเริ่มจะสั่นๆ  สิ่งเลวร้ายบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น  ความรุนแรงที่หล่อนไม่อยากมีส่วนร่วมด้วย--แต่ถ้าผู้ชายพวกนี้ติดตามหล่อนมาจริง  คุณปู่ก็ต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างที่หล่อนนึกไม่ถึง
    ชายทั้งสองเดินตระเวนดูอยู่ในปั๊มน้ำมันอย่างช้าๆ  สีหน้าราบเรียบและเคร่งเครียด  เมื่อชายผมทองเห็นอะไรบางอย่างอยู่ตรงมุมใกล้เพดาน  เขาก็หันมาพูดอะไรสั้นๆ  คำเดียวที่หล่อนได้ยินคือ “กล้อง”
    พวกเขาเริ่มเดินต่อ  ผู้ชายผมทองชี้ที่อะไรบางอย่างบนพื้น  บอกให้ชายที่สูงวัยกว่าสนใจดู  แล้วชี้ไล่ตามสายที่มองไม่เห็นอยู่ในอากาศ  ตามหาบางสิ่งบางอย่างที่รีแกนไม่เห็นเลยเมื่อหล่อนอยู่ในสำนักงานนั้น  ในนั้นเต็มไปด้วยขยะ  แต่รีแกนจำไม่ได้ว่าเห็นอะไรเป็นพิเศษ--จนกระทั่งชายผมทองพูดขึ้นว่า “ที่นี่ต่อสายระเบิดเอาไว้”
    มือของควินน์กดปากหล่อนแน่นขึ้นกว่าเดิมเพื่อไม่ให้เสียงอุทานของหล่อนลอดออกไป  ในระหว่างที่ชายสองคนนั้นถอยหลังก้าวหนึ่งอย่างระมัดระวัง  หมุนตัว  และเริ่มเดินออกจากสำนักงานของเบิร์ต
    รีแกนคงจะทรุดลงไปอยู่บนพื้นแล้ว  ถ้าควินน์ไม่ได้ตรึงร่างหล่อนไว้กับผนัง
    เขาไม่ขยับจนกระทั่งชายทั้งสองกลับไปที่รถและขับออกไปตามถนน  พวกเขาไปไม่ไกลนัก  ห่างจากปั๊มน้ำมันของเบิร์ตราวสองร้อยหลา  ก่อนที่จะเลี้ยวลงไปที่ไหล่ทางและจอดรถ
    “ไปกันเถอะ” ควินน์บอกหล่อน  ถอยห่างออกมาแค่ให้หล่อนมีที่หายใจ  พอรีแกนทำท่าจะรูดตัวทรุดลงไปตามผนัง  เขาก็ฉกมือข้างหนึ่งมาคว้าเอวหล่อนไว้อย่างรวดเร็ว  ขณะที่มืออีกข้างสอดปืนกลับไปที่ขอบเอวกางเกง “เดินไหวมั้ย”
    “ไม่  ฉันไม่รู้” หล่อนพูด  ตกใจเกินกว่าจะโกหก  ขาของหล่อนกำลังสั่นระริก “คุณ...คุณกำลังจะยิงผู้ชายพวกนั้น”
    “ผมน่ะเรอะ  เปล่าเลย  ผมเป็นแค่กองหนุน  ถ้าจำเป็นจะต้องยิงพวกเขาจริงๆ  คิดจะเป็นคนทำมันเอง  เอาละ  ไปกันเถอะ  ถ้าเราอยู่ใกล้อาคารให้มากๆ  พวกเขาจะไม่มีทางเห็นเราเลย” เขาลากหล่อนออกประตูไปสู่แสงตะวันจ้าด้วยกัน  แล้วก้าวเดินอย่างรวดเร็ว  มือเลื่อนมากำแน่นอยู่รอบต้นแขนของหล่อน
    “มีระเบิดอยู่ในสำนักงานของเบิร์ตหรือ” ความคิดนั้นทำให้หล่อนอยากอาเจียน  หล่อนเดินเตร่ไปทั่วอาคารเก่าๆนั้นเหมือนคนปัญญาอ่อนของแท้
    มุมปากข้างหนึ่งของเขาขยับยกขึ้นเมื่อได้ยินคำถามนั้น  หากอยู่ภายใต้สถานการณ์อื่น  มันคงจะขยับขยายจนกลายเป็นรอยยิ้มกว้างขวาง “เปล่า  แต่ในนั้นมีสายไฟเต็มไปหมดแหละ”
    หล่อนต้องพยายามตามเขาให้ทัน  แม้ควินน์ ยังเกอร์จะเคลื่อนไหวอย่างโขยกเขยกอยู่บ้าง  สายตาของหล่อนเลื่อนลงไปที่ช่วงขายาวตรงของเขา  หัวเข่าซ้ายของเขาดูเหมือนจะขัดๆ
    เขาหยุดที่หัวมุมสำนักงานของเบิร์ต  กันให้หล่อนมาอยู่ข้างหลังเขา  และดูลาดเลารอบหัวมุมนั้น  รีแกนมองที่ขาซ้ายของเขา  เขาระมัดระวังพยายามไม่ทิ้งน้ำหนักลงบนขาข้างนั้น  หัวเข่าดูงอนิดๆ  ส้นเท้าที่อยู่ในรองเท้าบู๊ตแบบคาวบอยเขย่งขึ้น  กางเกงยีนส์ของเขาใส่มานานจนเนื้อนุ่มและเก่าลุ่ย  เผยให้เห็นลอนกล้ามเพรียวแกร่งที่อยู่ใต้นั้น  เสื้อยืดคอกลมของเขาใหม่และเป็นผ้าฝ้ายสีกรมท่า  มีตราสีแดงและขาวกับคำว่า ทนแดดทนฝน พาดขวางอยู่บนด้านหลัง
    “คิดเป็นใครคะ” หล่อนถามงงๆ  นึกถึงสิ่งที่เขาพูดขึ้นมาได้
    “คิด เคออส” เขาเหลียวข้ามบ่ากลับมามองหล่อน “เทวดาอารักษ์ของผม”
   
    สีหน้างุนงงที่หญิงสาวมองเขาเมื่อได้ยินคำอธิบายนั้นมากพอที่จะทำให้ควินน์ยิ้มบางๆอย่างไม่อยากเชื่อ  รีแกน แมคคินนีย์  พระเจ้าทรงโปรด  เขาไม่อยากจะเชื่อเลย  ใครจะไปนึกว่าหล่อนจะโผล่มาอยู่ในซิสโก  ยูทาห์ล่ะ
    ไม่ใช่เขาแน่
    ต่อให้อีกล้านปีก็ไม่ใช่
    เขาเคยเห็นหล่อนเปลือยมาแล้วครั้งหนึ่ง  หรือไม่ก็เกือบๆเปลือยนั่นแหละ  ว่ากันตามจริงแล้ว  หล่อนมีเนื้อมีหนังมากขึ้นกว่าสมัยโน้นนิดหน่อย  อวบอัดดีเชียวละ  เขาตัดสินจากทุกส่วนเว้าส่วนโค้งที่เขาได้เบียดแนบกระชับชิดเมื่อครู่  แต่อย่างไรหล่อนก็คือความสวยสะพรั่งที่ทำให้ฝันเปลี่ยวของเด็กหนุ่มเป็นจริง
    เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าแม้กระทั่งตอนนี้ตัวเขาก็ยังคิดถึงเรื่องนั้น
    ไม่ว่าผู้ชายพวกนั้นจะเป็นใคร  พวกมันกำลังตามหาหล่อน  และพวกมันถือปืนมาด้วย  บ้าฉิบ
    “มาเถอะ  เราจะไปที่โรงนากัน” เขาออกเดินต่อ  ดึงหล่อนเดินตามไปด้วยและใช้เส้นทางที่มีกระท่อมหลังอื่นช่วยกำบังระหว่างพวกตนกับถนน
    รีแกน แมคคินนีย์กับกลีบปากสีแดงลูกพลัมสุดแสนเย้ายวนสืบเสาะหาตัวเขามาถึงซิสโก  มาพร้อมด้วยผู้ชายท่าทางประสงค์ร้ายอีกสองคน  มีปืน .357 แมกนั่มพกมาด้วย  เขาไม่เชื่อว่ามันพ้องกันโดยบังเอิญ  ต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น  และเขาจะค้นหาให้ได้ว่ามันเป็นเรื่องบ้าอะไรกันแน่
   

 
     
   
     
 
 
Main Page Contact Us News Web Board Contact Us Site Map Links